ปธ.ศาลฎีกาออกสาร”วันรพี”ถึงตุลาการน้อมนำแบบอย่างเป็นหลักปฏิบัติราชการ เพื่อประโยชน์สูงสุดชาติ ประชาชน

7.08.21 | 16:10 น.

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ได้ออกสารประธานศาลฎีกา เนื่องในวันรพี 7 สิงหาคม ความว่า “ท่านผู้พิพากษา  ข้าราชการศาลยุติธรรม และบุคลากรในศาลยุติธรรมที่รักทุกท่าน
ในโอกาสที่ วันรพีซึ่งตรงกับวันที่ 7 สิงหาคม อันเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ซึ่งนักกฎหมายในทุกสาขาวิชาชีพได้พร้อมใจกันยกย่องพระองค์เป็นองค์บิดาแห่งกฎหมายไทย ด้วยประจักษ์ในพระปรีชาและพระกรณียกิจในทางกฎหมายอันนำมาซึ่งประโยชน์นานัปการแก่ประเทศชาติและประชาชน  ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้งในปีนี้  ดิฉันขอเชิญชวนท่านผู้พิพากษา  ข้าราชการศาลยุติธรรม และบุคลากรในศาลยุติธรรมทุกท่านพร้อมกันแสดงกตเวทิตาต่อพระกรุณาธิคุณขององค์บิดาแห่งกฎหมายไทยที่ทรงมีต่อราชการศาล  ด้วยการสืบสานพระปณิธานแห่งการทรงงานโดยตลอดพระชนม์ชีพเพื่อรับใช้ประเทศชาติ  โดยน้อมนำแบบอย่างในการทรงงานมาเป็นหลักในการประพฤติและปฏิบัติราชการศาลยุติธรรม  เพื่อยังประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน

ด้วยประเทศของเรายังคงประสบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างต่อเนื่อง  การให้ความร่วมมือในการรักษาระยะห่างทางสังคม ใช้ชีวิตวิถีใหม่ และปฏิบัติตามมาตรการเกี่ยวกับสุขอนามัยและระบบสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนด  ทำให้ศาลยุติธรรมทั่วประเทศต้องปรับวิธีการในการทำงานและกิจกรรมต่างๆ  โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้มาติดต่อราชการเป็นสำคัญที่สุด  ส่งผลให้กิจกรรมวันรพีของศาลยุติธรรมทั่วประเทศต้องปรับลดรูปแบบและลักษณะของการจัดงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์  แต่ในภาวะเช่นนี้การจัดกิจกรรมที่เรียบง่ายโดยคำนึงถึงสุขอนามัยของผู้ที่เกี่ยวข้อง  ก็สามารถกระทำได้โดยสมพระเกียรติและมิได้เป็นอุปสรรคต่อศาลยุติธรรมในการแสดงออกซึ่งความสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์แต่อย่างใด  ทั้งยังเป็นแบบอย่างแก่หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม  สถานศึกษาวิชากฎหมาย และประชาชน  ถึงความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคมในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อดังกล่าวอีกด้วย
       
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มิได้ส่งผลต่อปัญหาด้านสุขอนามัยของประชาชนเท่านั้น  แต่ยังเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย  ซึ่งในระยะยาวปัญหาดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบให้เกิดข้อพิพาททางด้านแรงงาน ชีวิต  ทรัพย์สิน สถาบันครอบครัว และอื่นๆ  เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมมากขึ้น  และในบางปัญหาไม่ใช่บริบทที่เคยเกิดขึ้นในประเทศมาก่อน  หากศาลยุติธรรมโดยท่านผู้พิพากษา ข้าราชการศาลยุติธรรม และบุคลากรในศาลยุติธรรมทุกท่าน  จะได้ทุ่มเทศักยภาพของตนอย่างเต็มกำลังความสามารถ  เพื่อให้ศาลยุติธรรมเป็นหลักในการยุติข้อพิพาทในสังคมภายใต้การปฏิบัติราชการวิถีใหม่  ด้วยความเท่าทันต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส  ด้วยความห่วงใยต่อสุขอนามัยของผู้ต้องมาติดต่อราชการศาล ด้วยความเข้าใจต่อสภาพปัญหาเฉพาะตัวของคู่ความ  และถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง  แม้ประชาชนจะเป็นทุกข์ที่ต้องมีคดีความ  แต่ก็คงเชื่อมั่นและอุ่นใจที่มีศาลยุติธรรมเป็นองค์กรหลักในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประเทศชาติ  สมดังพระปณิธานขององค์บิดาแห่งกฎหมายไทย

ดิฉันขอถือโอกาสนี้ส่งความปรารถนาดีมายังทุกท่าน  และขอเป็นกำลังใจแก่ทุกท่านในการก้าวผ่านปัญหาและอุปสรรคของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรงนี้ไปได้ด้วยกัน”