อภ.เร่งกำลังผลิตฟาวิพิราเวียร์รับมือโควิด ขอโรงงานเอกชนในปท.เพิ่มยอด 8 ยารักษาโรคเรื้อรังแทน
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา อภ.ได้จัดประชุมวางแผนการผลิตยาของประเทศในสถานการณ์ระบาดโควิด-19 โดยมีตัวแทนจากกองยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โรงงานเภสัชกรรมทหาร สภากาชาดไทย และสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน (TPMA) เข้าร่วมประชุม เพื่อวางแผนและจัดสรรกำลังการผลิตยาในภาพรวมให้เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ ทั้งนี้ จากการหารือทราบว่าขณะนี้มีบริษัทผู้ผลิตยาในประเทศบางบริษัทได้เริ่มทำการวิจัยพัฒนายาฟาวิพิราเวียร์ขึ้นมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงในส่วนยาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มมากขึ้น

“สำหรับแผนการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ หรือ ในชื่อยาฟาเวียร์ ของ อภ.ในเดือนสิงหาคมนี้ จำนวน2.5 ล้านเม็ด เดือนกันยายน ผลิตเพิ่มเป็น 23 ล้านเม็ด และตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป จะผลิตเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 40 ล้านต่อเดือน ซึ่งจะมีการบริหารจัดการและการสำรองยาฟาวิพิราเวียร์ ทั้งจากการนำเข้าจากต่างประเทศและที่ อภ.ผลิตได้เอง ให้เพียงพอสอดคล้องกับสถานการณ์ของการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย” นพ.วิฑูรย์ กล่าว
ผู้อำนวยการ อภ.กล่าวอีกว่า จากการที่ อภ.ได้ทำการปรับแผนการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาฟาเวียร์ให้เพิ่มขึ้น ประกอบกับในช่วงนี้พบว่า ความต้องการใช้ยารักษากลุ่มโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติที่ได้วางแผนไว้ ทำให้มีผลกระทบต่อสายการกำลังการผลิตยารักษาโรคเรื้อรัง ที่ อภ.ผลิตอยู่
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมียาใช้เพียงพอ อย่างต่อเนื่อง จึงได้ขอความร่วมมือจากสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน ซึ่งดูแลบริษัทผู้ผลิตยาเอกชนในประเทศ ร่วมดำเนินการผลิตยารักษาโรคเรื้อรัง จำนวน 8 รายการ ประกอบด้วย 1.ยาซิมวาสแตติน (Simvastatin) ใช้ลดระดับคลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดี และไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด 2.ยาเมทฟอร์มิน (Metformin) ยาใช้รักษาโรคเบาหวาน 3.ยาลอซาร์แทน (Losartan) ใช้ลดความดันโลหิตที่ออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว 4.ยาโพรพาโนลอล (Propanolol) ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง 5.วิตามินบี (B) 1 6 12 6.ยากรดโฟลิก (Folic acid) รักษาภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดง และภาวะขาดกรดโฟลิก 7.ยาฟลูออกซิทีน รักษาโรคซึมเศร้า (Fluoxetine) และ 8.ยาลอราตาดีน (Loratadine) รักษาภูมิแพ้ ซึ่งปัจจุบัน อภ.ไม่ได้ผลิตแล้ว
“ทั้งนี้ ยา 8 รายการในข้างต้น อภ.ยังคงมีการผลิตและสำรองให้ผู้ป่วยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ และ อภ.ได้ขอความร่วมมือให้บริษัทผู้ผลิตยาเอกชนอื่นๆ ซึ่งมีทะเบียนตำรับยาดังกล่าวอยู่ดำเนินการผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการประชุมสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบันยินดีที่จะนำไปวางแผนร่วมกับบริษัทผลิตยาเอกชนอื่นๆ เพื่อเร่งทำการผลิตต่อไป” นพ.วิฑูรย์ กล่าว
ด้าน ภญ.มุกดาวรรณ ประกอบไวทยกิจ รองผู้อำนวยการ อภ. กล่าวว่า อภ. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ได้มีการวางแผนการผลิตยาในส่วนของยาอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง และอภ.ยังคงยืนหยัดที่จะทำหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท ดำเนินการในทุกภารกิจทั้งด้านยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ ให้กับประชาชน

