พรุ่งนี้ สื่อมวลชน พร้อมภาคีนัก กม.สิทธิ ยื่นศาลแพ่งคุ้มครองฉุกเฉิน ขอห้าม จนท.ใช้กระสุนยางกับผู้ชุมนุม

8.08.21 | 18:46 น.

พรุ่งนี้ สื่อมวลชน พร้อมภาคีนัก กม.สิทธิ ยื่นศาลแพ่งคุ้มครองฉุกเฉิน ขอห้าม จนท.ใช้กระสุนยางกับผู้ชุมนุม

จากกรณี น.ส.จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วย นายธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ ผู้สื่อข่าวจาก PLUS SEVEN และนายชาญณรงค์ เอื้ออุดมโชติ ช่างภาพประจำสำนักข่าว The MATTER ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกตำรวจยิงกระสุนยางเข้าใส่ระหว่างไปทำข่าวการชุมนุม เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน เป็นจำเลย ที่ใช้กระสุนยางเข้าสลายการชุมนุมโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ใส่เครื่องหมายแสดงตัว ปลอกแขน บัตรสื่อมวลชน และไม่มีท่าทีคุกคาม หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ใดๆ ทั้งนี้ โจทก์ได้ยื่นฟ้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินคนละ 7 แสนบาท


ต่อมา ศาลได้ไต่สวนผู้ร้องทั้งสองก่อนระบุว่า คำร้องของโจทก์ทั้งสองไม่มีเหตุผลสมควรที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวมาใช้บังคับ กรณีจึงไม่มีเหตุฉุกเฉินตามคำร้อง ยกคำร้อง

ล่าสุด วันนี้ (8 สิงหาคม) ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า #ม็อบ7สิงหา นับเป็นครั้งที่ 3 ที่สื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บจากการใช้กระสุนยางสลายการชุมนุม โดยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 สื่อมวลชนจาก Plus Seven และ The Matter พร้อมกับทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพวก จากกรณีเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนในที่ชุมนุม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมด้วยการยิงกระสุนยาง

Advertisement

ซึ่งในวันเดียวกันนี้ โจทก์ทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยฉุกเฉิน โดยให้มีคำสั่งห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังสลายการชุมนุม ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน และให้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมให้สอดคล้องกับหลักการสากล เพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพและสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชุมนุม #ม็อบ7สิงหา อีกด้วย

เนื่องจากที่ผ่านมามีแนวโน้มที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสลายการชุมนุมทุกครั้งที่เกิดการชุมนุมสาธารณะขึ้น เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ ไม่เว้นแม้แต่สื่อมวลชนที่มีสัญลักษณ์แสดงชัดเจนว่ามาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชนก็ตาม

โดยจากการยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวฉุกเฉินต่อศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 นั้น ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน และทำให้คำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวตกไปในตัว ซึ่งศาลได้พิจารณาเห็นว่า เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอนาคตไม่อาจคาดเดาได้ จึงไม่มีเหตุฉุกเฉิน

หลังจากเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังสลายการชุมนุม #ม็อบ7สิงหา และมีสื่อมวลชน รวมถึงประชาชนทั่วไปได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก พรุ่งนี้ (9 สิงหาคม 2564) เวลา 10.00 น. ณ ศาลแพ่งรัชดา สื่อมวลชนผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมกับภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนจึงเตรียมยื่นคำร้องขอให้ศาลคุ้มครองฉุกเฉินอีกครั้ง เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพ และสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการใช้เสรีภาพในการแสดงออกโดยการชุมนุมต่อจากนี้ ที่มีแนวโน้มอันสามารถคาดหมายได้ว่าจะได้รับความเสียหายจากการใช้กำลังสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฉุกเฉิน ดังนี้

1.ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน มีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนใช้ความรุนแรง เช่น ใช้อาวุธปืนกระสุนยาง แก๊สน้ำตา ฉีดน้ำผสมสารเคมี ทำร้ายร่างกาย โจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชนที่สวมปลอกแขนสีขาวหรือสัญลักษณ์อื่นที่แสดงว่าเป็นสื่อมวลชน รวมทั้งประชาชนผู้มาชุมนุม หรือกระทำการใดอันเป็นการขัดขวาง คุกคาม ข่มขู่ จำกัดพื้นที่การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน

2.ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน สั่งการเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน

3.ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน และเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนสลายการชุมนุมโดยขัดต่อหลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธ โดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย (Basic Principles of the Use of Force and Firearms by Law Enforcement Officials) และหลักการดูแลการชุมนุมสาธารณะตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 เนื่องจากโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชนย่อมได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมด้วย