‘ก.ท่องเที่ยวฯ’ เข้าพบ ‘ทูตสวิตเซอร์แลนด์’ ย้ำเยียวยา 1 ล้านบาท อัดมาตรการเข้มยกระดับความปลอดภัย
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้เดินทางเข้าพบนางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย เพื่อแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต ในนามกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และประเทศไทย รวมถึงการรายงานความคืบหน้าการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาจากกรณีนักท่องเที่ยวสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ นางสาวนิโคล ซาเว่น ไวครอป (Nicole Sauvain Weisskopf) อายุ 57 ปี ซึ่งเดินทางมาประเทศไทยผ่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต ภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้ถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2564 แต่พบว่าถูกทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้เสียชีวิตบริเวณน้ำตกโตนอ่าวยน ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564
นายนภินทร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยภายหลังเกิดเหตุ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสืบสวนและจับกุมผู้กระทำความผิดมารับโทษให้ได้โดยเร็ว พร้อมเน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการเพิ่มความเข้มงวดดูแลนักท่องเที่ยวตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ให้มากยิ่งขึ้น
นายนภินทร กล่าวว่า การเดินทางเข้าพบหารือกับเอกอัครราชทูตสวิสในวันนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว ได้แจ้งถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตโดยกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งเมื่อเช้าวันนี้ นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นวาระพิเศษ เพื่อพิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์จำนวน 1 ล้านบาท รวมถึงการอำนวยความสะดวกกรณีญาติผู้เสียชีวิตประสงค์จะเดินทางมารับศพ

นายนภินทร กล่าวว่า นอกจากนี้ก็ได้แจ้งถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยภายหลังจากที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมประชุมหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ข้อสรุปที่จะยกระดับความเข้มข้นด้านความปลอดภัยให้มากขึ้น เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวตามโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ได้แก่การเพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิดตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต การเพิ่มจำนวนอาสาสมัครที่ช่วยดูแลนักท่องเที่ยว และเพิ่ม 2 มาตรการเร่งด่วนที่จะดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ได้แก่ มาตรการที่ 1 เร่งการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยว หากไม่เป็นที่นิยม หรือเป็นจุดอับ ที่ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ไปดูแลเพียงพอ จะปิดสถานที่ดังกล่าว และจะทำการสื่อประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยสื่อของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มาตรการที่ 2. ยกระดับมาตรการความเข้มข้นในการเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะบริเวณด่านตรวจท่าฉัตรไชย ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจะต้องถูกตรวจสอบทุกคน โดยเฉพาะในกลุ่มบุคคลที่มีหมายจับ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความรู้สึกว่าถูกละเมิดสิทธิ์ แต่จำเป็นต้องเข้มข้นในช่วงระยะเวลานี้ จากนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
“แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมคนร้ายได้ แต่ไม่อาจทดแทนกับความสูญเสียของครอบครัวผู้เสียชีวิตไปได้ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ และจะจัดเจ้าหน้าที่ทั้งจากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (ศูนย์ TAC) และตำรวจท่องเที่ยว เพื่อคอยอำนวยความสะดวกและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินภูเก็ต เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกมาตรการความเข้มข้นจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว และหวังว่าประชาชนชาวสวิตเซอร์แลนด์จะมีความเข้าใจและเห็นความตั้งใจของรัฐบาลไทยที่จะดูแลรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหวังว่านักท่องเที่ยวชาวสวิตเซอร์แลนด์ จะยังคงมีความเชื่อมั่นที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในอนาคต” นายนภินทร กล่าว


