ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดเกิน 8.1 แสนคน อยู่อันดับ 35 ของโลก ด้านผู้เสียชีวิตอยู่อันดับ 148

11.08.21 | 16:29 น.

ผู้ติดเชื้อโควิดสะสมทะลุ 8.1 แสนคน ไทยอยู่อันดับ 35 ของโลก ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่อันดับ 148

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน ประเทศไทย พบว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 21,038 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 21,019 ราย (แยกเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพ 16,464 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 4,382 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 173 ราย) และเดินทางมาจากต่างประเทศอีก 19 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 รวม 816,989 ราย โดยอยู่ในอันดับที่ 35 ของโลก


นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า วันนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 207 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตรวมอยู่ที่ 6,795 ราย รักษาหายเพิ่มอีก 22,012 ราย รวมยอดรักษาหาย 600,371 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 210,042 ราย เป็นการรักษาอยู่ใน รพ. 61,384 ราย ใน รพ.สนาม 148,658 ราย ทั้งนี้ มีผู้ป่วยอาการหนัก 5,407 ราย ในจำนวนผู้ป่วยหนักนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจถึง 1,094 ราย ขณะที่จำนวนผู้รับวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 10 สิงหาคม รวม 21,717,954 โดส จำนวนผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 16,701,428 ราย เข็มที่ 2 สะสม 4,692,030 ราย และเข็มที่ 3 สะสม 324,496 ราย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,019 ราย แบ่งเป็น ติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 9,188 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 847 ราย จังหวัดอื่นๆ ( 67 จังหวัด) 10,811 ราย และเรือนจำ/ที่ต้องขัง 173 ราย ยอดผู้เสียชีวิต จำนวน 207 ราย โดยเป็นเพศชาย 112 ราย เพศหญิง 95 ราย อายุ 21-93 ปี เป็นคนไทย 199 คน เมียนมา 5 คน และอินเดีย กัมพูชา ปากีสถาน สัญชาติละ 1 คน โดยกรุงเทพมหานครเสียชีวิตสูงสุดถึง 60 ราย สมุทรปราการ 17 ราย สมุทรสาคร 15 ราย นครปฐม 14 ราย ตาก 10 ราย ปทุมธานี นนทบุรี จังหวัดละ 9 ราย ราชบุรี 7 ราย นราธิวาส นครสวรรค์ จังหวัดละ 6 ราย ร้อยเอ็ด พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 5 ราย ยะลา มหาสารคาม จังหวัดละ 3 ราย สกลนคร ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ นครนายก ปราจีนบุรี จังหวัดละ 2 ราย และผู้เสียชีวิตจังวันละ 1 ราย ประกอบไปด้วย ระนอง ตรัง นครศรีธรรมราช กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครพนม ศรีสะเกษ อุบลราชธานี กำแพงเพชร ชัยนาท พะเยา พิษณุโลก ลำพูน อุทัยธานี กาญจนบุรี ชลบุรี ตราด สระบุรี และอ่างทอง

Advertisement

“ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว หรือปัจจัยเสี่ยงต่อความรุนแรง โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคปอด ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ยังคงติดจากคนในครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน การเข้าไปพื้นที่ระบาด และแออัด โดยรายงานผู้เสียชีวิต พบว่ามีอายุน้อยที่สุดคือ 21 ปี อายุมากที่สุด 93 ปี โดยอายุ 60 ปีขึ้นไป 118 ราย คิดเป็น 57% อายุน้อยกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 58 ราย ไม่มีโรคเรื้อรัง 28 ราย มีหญิงตั้งครรภ์ 2 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 19 ราย มาจากประเทศเมียนมา 16 ราย มาเลเซีย อิสราเอล ดูไบ ประเทศละ 1 ราย

“ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 10 อันดับจังหวัด อันดับ 1 ยังเป็นกรุงเทพมหานคร 4,525 ราย 2.สมุทรสาคร 1,683 ราย 3.สมุทรปราการ 1,388 ราย 4.ชลบุรี 1,368 ราย 5.นนทบุรี 691 ราย 6.พระนครศรีอยุธยา 580 ราย 7.ปทุมธานี 512 ราย 8.ฉะเชิงเทรา 467 ราย 9.อุบลราชธานี 420 ราย 10.ราชบุรี 399 ราย

“สำหรับคลัสเตอร์ใหม่ มีจำนวน 3 คลัสเตอร์ ดังนี้ สมุทรสาคร 1 จุด ที่ อ.เมือง ที่บริษัทปิโตรเลียม พบผู้ติดเชื้อ 19 ราย ราชบุรี 1 จุด ที่ อ.เมือง ที่บริษัทอาหารสำเร็จรูป พบผู้ติดเชื้อ 32 ราย ปราจีนบุรี 1 จุด ที่ อ.บ้านสร้าง ที่บริษัทเครื่องดื่ม พบผู้ติดเชื้อ 26 ราย” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า อัตราผู้เสียชีวิตต่อแสนประชากร กรุงเทพมหานคร 6.85 คน สมุทรสาคร 6.18 คน ปัตตานี 5.11 คน เมื่อเทียบกับผู้เสียชีวิตต่อล้านประชากร อยู่ที่ 89 คน อยู่อันดับที่ 148 ของโลก โดยค่าเฉลี่ยของโลก อยู่ที่ 552.3 คน ส่วนการฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 60% มีเพียงกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พังงา และระนอง ที่ฉีดไปแล้วเกินกว่า 60% ส่วนผู้ป่วย 7 โรคกลุ่มเสี่ยง ที่ฉีดวัคซีนไปแล้วเกินกว่า 50% ได้แก่ นนทบุรี ระนอง ปทุมธานี และสมุทรปราการ ผลจากการมีภาพผู้เสียชีวิตที่บ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงมีสายด่วนเพิ่มขึ้นมา 50 เขต นอกเหนือจากสายด่วน สปสช. 1330