นายกสมาคมทนายความควงไทยสร้างไทย –ณวัฒน์ นำ7 เเสนรายชื่อยื่นฟ้องนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ บริหารโควิดผิดพลาด ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง 30 ส.ค.นี้ เตรียมพยานผู้เสียหายพร้อมหากศาลรับไต่สวนมูลฟ้อง
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้นำรายชื่อประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารทางสาธารณสุขผิดพลาดจากรัฐบาลกว่า 700,000 คน ที่ได้ลงชื่อในแคมเปญของพรรคไทยสร้างไทย ในการร่วมฟ้องร้องดำเนินคดีอาญา กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ มาตรา 165 จากกรณีปล่อยปละละเลยเเละบริหารผิดพลาด จนเกิดการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด ถึง 4 ระลอก รวมทั้งบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรงทำให้จํานวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบบสาธารณสุขปกติไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจํานวนมากดังกล่าวได้
โดยวันนี้มีตัวเเทนพรรคไทยสร้างไทยซึ่งเป็นผู้รวบรวมรายชื่อ เเละนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้จัดการประกวดเวทีนางงามชื่อดัง ซึ่งเป็นโจทก์ร่วมเดินทางมายื่นฟ้องวันนี้ด้วย
นายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า วันนี้ได้รวบรวมรายชื่อบุคคลที่รับผลกระทบจากการบริหารจัดการที่บ้มเหลวของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องขอบคุณพรรคไทยสร้างไทยที่ได้ดำเนินการรวบรวมรายชื่อทั้ง7เเสนคนทำให้ตนได้มีโอกาสนำความเดือดร้อนของประชาชนมาทวงความยุติธรรมต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งรายชื่อทั้ง7 เเสนคนจะอยู่ในสำนวนคดีทั้งหมด โดยในวันนี้จะยื่นฟ้องในความผิดฐานละเว้นหรือปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฯในฐานะที่นายกฯเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เป็นประธานของหลายหน่วยงานที่บริหารจัดการเรื่องโควิดในประเทศ
เมื่อถามเรื่องตอนนี้มีเเนวคิดการนิรโทษกรรมเกี่ยวกับบุคลากรจะมีผลกระทบต่อการฟ้องคดีในศาลหรือไม่ นายนรินท์พงศ์กล่าวว่าเรื่องนั้นเป็นคนละประเด็นกัน เพราะการออก พ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ออกเพื่อหาเเนวทางให้หมอเเละบุคลกรทางการเเพทย์รวมถึงบุคลต่างๆในชั้นปฏิบัติงานเราจึงไม่อยากโยงไปถึงกันเพราะเป็นคนละเรื่อง
ต่อมาภายหลังการยื่นฟ้องนายนรินท์พงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดี อท.117/2564 เเละศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้องวันที่ 30 ส.ค.นี้เวลา 9.00 น. ซึ่งถ้าศาลมีคำสั่งรับคดีขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการไต่สวนมูลฟ้องซึ่งเราเตรียมพยานเป็นผู้ได้รับผลกระทบขึ้นไต่สวน เพื่อให้ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาสืบพยานในชั้นพิจารณาคดีต่อไปหรือไม่ ตรงนี้ขั้นตอนจะมากกว่าการดำเนินคดีในศาลอาญาปกติ เเต่สิ่งต่างๆที่ประชาชนเหล่านี้ได้รัยผลกระทบได้อยู่ในสำนวนที่ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯเเล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ตั้งข้อสังเกตผ่านเฟซบุคว่าประเด็นการฟ้องนายกฯจะเป็นอำนาจศาลฎีกาฯนักการเมืองหรือไม่นายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า นายเรืองไกรเป็นนักบัญชี ตนเป็นนักกฎหมายมุมมองย่อมแตกต่างกันไปแต่การที่จะมาฟ้องคดีที่ศาลไหนไม่ใช่ประเด็นประเด็นคือมีความเดือดร้อนของประชาชนมีจิงหรือไม่ถ้าหากว่าการที่ตนมายื่นฟ้องคดีที่ศาลนี้ผิดต้นก็แค่ไปยื่นฟ้องคดีในศาลที่ถูกไม่เห็นเป็นเรื่องที่แปลกมุมมองของนายเรืองไกรจึงไม่ใช่บรรทัดฐาน ว่าเมื่อเราทำแล้วจะถูกหรือผิด แต่เมื่อเรามั่นใจในกระบวนการ ดุลพินิจเป็นของศาล

ด้านนายณวัฒน์ กล่าวว่า ฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปล่อยปละละเลยในหน้าที่ ก่อให้เกิดความเสียหายกับตนค่อนข้างชัดเจน เพราะเพิ่งเป็นโควิด และต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาชีวิตเลือกอะไรไม่ได้เลยจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เคยร้องขอวัคซีนจาก พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ เลขา สมช. ตั้งแต่การประกวดมิสแกรนอินเตอร์เนชั่นแนล เนื่องจากมีนางงามภายในกองประกวดจากประเทศแอฟริกาติดโควิด ซึ่งเรารักษาเขาจนหาย แต่ก็ไม่ได้รับวัคซีน
อย่างไรก็ตาม ตนเป็นประชาชนชาวไทยที่เสียภาษีถูกต้องทุกอย่าง และเสียเยอะมาก แต่ต้องจองวัคซีน โมเดอร์นา 161โดส จาก โรงพยาบาลลาดพร้าว จ่ายเงินสดประมาณ2แสนกว่าบาท เพื่อดูแลตัวเองและดูแลพนักงาน จนป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าโมเดอร์นามาเมื่อไหร่ สอบถาม โรงพยาบาลก่อนเดินทางมาศาล ทางโรงพยาบาลบอกว่าขึ้นอยู่กับรัฐบาล เพราะยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอน
“เราต้องถูกการกระทำที่ย่ำยีสิทธิที่เราควรจะมี เราเป็นประชาชนชาวไทย แต่ไม่ได้รับการดูแลเลย บอกเลยว่า การมีรัฐบาลหรือไม่มีรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ที่เป็นทั้งรัฐบาล และผู้ดูแลศูนย์โควิดทั้งหมดในประเทศไทย เราไม่เคยได้รับข้อมูลที่ชัดเจนว่าชีวิตเราจะปลอดภัยด้วยวิธีใด” นายณวัฒน์กล่าว
นายณวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในฐานะที่ได้รับผลกระทบ วัคซีนก็ต้องซื้อเองสวอปตัวเอง จ่ายครั้งละ3,000 บาท ซึ่งสวอปไปแล้วไม่ต่ำกว่า10ครั้ง เพราะทำงานในวงการบันเทิง ต้องสวอปทุก7-8 วัน นอกจากนี้ หน้ากากเจลล้างมือ ก็ต้องซื้อเอง การเจ็บป่วยครั้งนี้ โชคดีที่ซื้อประกันไว้ ซึ่งรับผิดชอบเคลียร์ค่าใช้จ่ายไปแล้วส่วนหนึ่ง

