เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ศาลเเขวงพระนครเหนือ พนักงานสอบสวนสน.ดินแดง ได้ยื่นผัดฟ้องฝากขัง นายอภิลักษ์ สว่าง ผู้ต้องหากับพวกรวม 3 คน ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นซ์ ในความผิดฐาน ร่วมกันกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนมากกว่า5 คน ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศหรือ คำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดและร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดและฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ วันที่ 22 ก.ค.2564 ออกนอกเคหะสถานในเวลาห้าม (21.00 น.- 04.00 น.) โดยผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
กรณีเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2564 เวลา 15.00 น.ผู้ต้องหาไปร่วมกับกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยนัดหมายกันทางสื่อโซเชี่ยลมีเดียนัดทำกิจกรรมคาร์ม็อบ ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และร่วมเดินขบวนไปบ้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยกลุ่มดังกล่าว ได้ทำกิจกรรมต่อเนื่องกันจนถึง เวลา 15.55 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศยุติการชุมนุม ต่อมาผู้ชุมนุมจำนวนมาก ได้ก่อเหตุวุ่นวายหลายจุด มีการวางเพลิงเผารถของ สน.ดินแดงและทำลายตู้จราจร ต่อมาหลังจากตำรวจควบคุมฝูงชนได้สลายการชุมนุมและกระชับพื้นที่บริเวณถนนดินแดง ระหว่างใต้ทางด่วนดินแดงถึงแยกประชาสงเคราะห์ ได้พบผู้ต้องหาทั้ง 3 คนร่วมชุมนุมอยู่บริเวณดังกล่าวและพยายามวิ่งหลบหนีระหว่างตำรวจทำการกระชับพื้นที่ จึงจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบสวนผู้ต้องหามาโดยตลอด จะครบกำหนด 48 ชั่วโมงแล้ว หากแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น โดยจะต้องสอบพยานจำนวน 2 ปาก , รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา จึงขออนุญาตศาลผัดฟ้องฝากขังผู้ต้องหาไว้ในระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 6วัน ตั้งแต่วันที่ 13- 18 ส.ค.2564 และหากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากได้กระทำการโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง อีกทั้งยังไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวมในภาวะที่เกิดโรคระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 ในวงกว้าง อีกทั้งพฤติกรรมการชุมนุมทำให้เกิดความเสียหายหลายอย่าง ทั้งทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจนได้รับบาดเจ็บจากประทัดยักษ์ ลูกแก้วและอื่นๆ และมีการเผาทรัพย์สินราชการ หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
ต่อมาผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี

