ผบ.ตร.นั่งหัวโต๊ะติดตามสถานการณ์ม็อบยันไม่ทำตามอารมณ์-เสียงเชียร์ แต่ต้องยึดกติกาความสงบ ปลอดภัย

15.08.21 | 15:12 น.

ผบ.ตร.นั่งหัวโต๊ะติดตามสถานการณ์ม็อบยันไม่ทำตามอารมณ์-เสียงเชียร์ แต่ต้องยึดกติกาความสงบ ปลอดภัย ต้องมาก่อน พร้อมสร้างความสมดุลให้สื่อทำข่าวม็อบร่วม ตร.


เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)​ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ฐานะผู้แลด้านความมั่นคงประชุม ร่วมกับ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องตามแผนการรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย การจัดการชุมนุม พร้อมมาติดตามสถานการณ์วางแผนปฏิบัติ พร้อมกล่าวว่ามารับฟังปัญหาข้อขัดข้อง พร้อมนำคำสั่งศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ พ 3683 /2564 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2564 มาอธิบายชี้แจงถึงแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ พร้อมถือโอกาสมาทบทวนให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องว่าที่ผ่านมาทำอยู่แล้วและทำมาตลอด ทุกครั้งก็จะเห็นการใช้อุปกรณ์ต่างๆมี การประกาศเป็นขั้นตอน หลายคนมองว่าทำไมช่วงนี้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ขอเรียนว่าในช่วงนี้ไม่ได้ใช้กฎหมายการชุมนุมสาธารณะ แต่เป็นการใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ฉุนเฉิน สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดโควิด-19 เพื่อควบคุมการชุมนุม โดยเฉพาะปัจจุบันกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่เข้มงวด ห้ามจัดกิจกรรมในการชุมนุม การรวมตัวที่อันอาจจะก่อให้เกิดโรค ซึ่งประกาศมาได้ระยะหนึ่งแล้ว หากถามว่าตำรวจทำอย่างไร ก็พยายามทำความเข้าใจว่าในช่วงนี้ ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันการแพร่ระบาดโรค เพราะกระทบคนทั้งประเทศ ถ้าใครทำก็ไปซ้ำเติมปัญหา ในเมื่อมีกฎหมายออกมา ตำรวจอยู่เฉยไม่ได้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่มองว่าถ้ามีกฎหมายบังคับแล้วตำรวจไม่ทำอะไรเลย แสดงว่าบ้านเมืองอยู่กันโดยไม่มีกฎกติกา ความเชื่อมั่นก็จะไม่มี อีกหน่อยใครประกาศอะไรก็ไม่มีใครสนใจทำ

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ฉะนั้นมีบางครั้งที่ตำรวจพยายามยึดพื้นที่ ผู้ชุมนุมร่วมตัวกันขนาดใหญ่แต่ทำภายใต้เหตุผลความจำเป็นและพอเหมาะพอควรต่อสถานการณ์ พยายามจะทำอย่างนั้น โดยไม่ต้องให้เกิดการปะทะบาดเจ็บเกิดขึ้น แต่ว่าทำได้เท่าที่ได้ไม่ให้เกิดอันตราย อย่างไรก็ตามการรักษาความสงบเรียบร้อยโดยตำรวจ นึกถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ดำเนินตามความจำเป็นและเหตุผลการใช้อุปกรณ์ทำตามมาตรฐานสากลใช้โดยไม่เกินกว่าเหตุ ไม่เลือกปฏิบัติ

Advertisement

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวอีกว่า หลักการทำงานของสื่อมวลชนยังยืนยันกำหนดการทำงานให้ปลอดภัย เรื่องของการแนวทางการปฏิบัติของสื่อยังคงยืนยันกำหนดพื้นที่ให้ปลอดภัยและให้สื่อเสนอข่าวได้ ในขณะที่ไม่กีดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่และอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย ต้องสร้างความสมดุลตรงนี้ แต่ละพื้นที่มอบนโยบายไปแล้ว ให้ผู้คุมกำลังหรือ ผบ.พื้นที่เป็นคนพิจารณาตกลงใจร่วมกันกับสื่อมวลชนว่าอยู่แนวปะทะโอกาสเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ขอให้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะอยู่จุดไหน อย่างไร ที่ทำให้เกิดความปลอดภัย

“ที่ผ่านมาตั้งแต่ 18 ก.ค.- 15 ส.ค. จับกว่า 130 ราย เกือบทั้งหมดได้รับการประกันปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอนุญาต มีไม่มากที่ถูกควบคุมตัวดำเนินคดี ซึ่งผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวคดียังอยู่ต่อจะจบที่ชั้นตำรวจ อัยการ ศาล แล้วแต่กรณี ไม่เลือกปฏิบัติ ทำตามกฎ กติกา ตำรวจทำทุกเรื่องเคยเพิกเฉย อะไรบกพร่องจะทบทวนหาเหตุผล“ ผบ.ตร.กล่าว

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจ (บช.น.) เหนื่อยยากกับเรื่องพวกนี้ทุกครั้ง 1 ปีที่ผ่านมามีม็อบ มีการชุมนุม มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับด้านความมั่นคง มีเหตุพวกนี้เกินกว่า 2,000 กว่าครั้ง ต้องเสียกำลังพล ในเรื่องของการสืบสวนสอบสวน เรื่องควบคุมความสงบเรียบร้อย ถ้านับจำนวนคงไม่ถูก เพราะบางครั้งใช้กำลังพลเป็นหมื่น ก็เอาเป็นว่าเป็นวานที่สิ้นเปลืองทั้งกำลัง ทรัพยากรความคิด ทุกอย่างที่ทำเพราะรักษากติกาบ้านเมือง

“อยากบอกกำลังไปว่า ต้องดูแลคนของเราไม่ให้เกิดบาดเจ็บ ต้องบอกเด็กๆ ว่าสิ่งที่ทำเพื่อรักษากติกา ความสงบเรียบร้อย ไม่ได้ทำตามอารมณ์ของใคร มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ มีทั้งเชียร์และประณาม แต่ก็ต้องยึดกติกาไว้ อย่าไปยึดตามเสียงเชียร์ หรือเสียงประณามไม่ได้ ถ้าไม่รักษากติกา ก็ไม่มีใครทำ ไม่มีใครรักษา ฝากเด็กๆ ไปคุยทุกระดับชั้น จะพยายามดูแลความสงบเรียบร้อยเกิดขึ้นให้ได้ ความสงบเรียบร้อยก็ต้องมาก่อนอย่างอื่น และความปลอดภัยก็ต้องเกิดขึ้นกับทุกๆคน มันอาจจะไม่ได้ 100% แต่ก็ทำให้ดีที่สุด “พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว