เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้ อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมทนาย เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.อ.เสวกบุญจันทร์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. และ นายวรชัย เหมะ กับพวก ในข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ และม.116 จากกรณีชักชวนมวลชนร่วมกิจกรรมคาร์ปาร์กดมื่อ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา
นายเสกสกล กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ผ่านมานายณัฐวุฒิ ได้ออกมาโพสต์ชักชวนให้มวลชนร่วมกิจกรรมคาร์ปาร์ก ให้ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยการปลุกระดมผ่านทางเฟสบุ๊ค ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง และเกือบทุกครั้งที่นายณัฐวุฒิ ร่วมชุมนุมกับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ทีไรมักเกิดความวุ่นวายตามมาตลอด แต่นายณัฐวุฒิ ก็ยังคงปลุกระดม นอกจากนี้ส่วนตัวยังเชื่อว่าการที่นายณัฐวุฒิทำทีประกาศยุติการชุมนุมก็เพื่อเล็งให้มวลชนไปก่อความวุ่นวายที่บริเวณแยกดินแดง ซึ่งมีการใช้อาวุธ , ระบิด, วางเพลิงเผาทรัพย์สินทางราชการ
นายเสกสกล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในการชุมนุมยังสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยพบว่าที่ผ่านมา ผู้ร่วมชุมนุมที่เกิดอุบัติเหตุระเบิดจนมือขาดพบว่าติดเชื้อโควิดด้วย ในวันนี้ตนจึงจำเป็นต้องแจ้งความกับนายณัฐวุฒิและพวกในข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ และม.116 อีกทั้งหลังจากนี้จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงินของนายณัฐวุฒิ ตั้งแต่ปี 2553จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากสงสัยที่มาของเงินสนับสนุนในการชุมนุมครั้งว่ามาจากไหนมาจากนายทุนแดนไกลหรือไม่
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนกองปราบได้ทำการสอบปากคำนายเสกสกล เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

