ระวัง! ‘คลินิกศัลยกรรมความงาม’ นำเข้า ‘หมอเกาหลี’ ส่อผิดกฎหมาย ติดคุกไม่รู้ตัว

18.09.16 | 13:03 น.
ภาพจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน น.ต.นพ. บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า ขณะนี้วงการศัลยกรรมความงามในไทยเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมจากประชาชนมาก มีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ปีละประมาณ 14,000 ล้านบาท จึงมีการแข่งขันกันมากทั้งเรื่องความรู้ความชำนาญของผู้ดำเนินการและเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการให้บริการ ขณะนี้ สบส.ได้ขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลเสริมความงาม ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับคลินิกเวชกรรมทั่วไปและเฉพาะทางรวม 1,458 แห่งทั่วประเทศหรือประมาณร้อยละ 13 ของคลินิกเวชกรรมทั่วไปและเฉพาะทางที่มีทั้งหมด 10,904 แห่ง ทุกแห่งต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ประกาศตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ทั้งลักษณะ ชื่อสถานพยาบาล การให้บริการ การแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล อัตราค่ารักษา ค่าบริการและสิทธิของผู้ป่วย

“กรณีที่คลินิกเสริมความงาม มีการนำศัลยแพทย์เชี่ยวชาญด้านความงามจากต่างประเทศ อาทิ ประเทศเกาหลี เข้ามาให้บริการในคลินิกไม่ว่าจะให้บริการประจำหรือไม่ประจำก็ตาม จะต้องดำเนินการให้ถูกกฎหมาย โดยต้องแจ้งขออนุญาตกับกรม และต้องสอบใบประกอบวิชาชีพเพื่อประกอบวิชาชีพในประเทศไทยให้ได้ก่อน จึงจะมีสิทธิให้การรักษา หากใช้แพทย์ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแพทย์เชี่ยวชาญหรือไม่ก็ตาม จะเข้าข่ายว่าคลินิกแห่งนั้นใช้หมอเถื่อน โดยหมอเถื่อนรายนั้นมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ดำเนินการคลินิก มีความผิดฐานปล่อยให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่แพทย์มาดำเนินการ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าว และว่า หากพบคลินิกที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแส ที่เฟซบุ๊กสารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์ หรือเฟซบุ๊กมือปราบสถานพยาบาลเถื่อน หรือโทรสายด่วน สบส.หมายเลข 02-1937999 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ตามกฎกระทรวง ได้กำหนดให้คลินิกเสริมความงามจะต้องมีมาตรฐานครบ 4 ด้าน ได้แก่ 1.สถานที่ต้องสะอาด มีห้องตรวจหรือห้องให้การรักษาเป็นสัดส่วน มิดชิด ปลอดภัยต่อผู้รับบริการ มีเครื่องมือในห้องผ่าตัดเล็กและผ่าตัดใหญ่ได้มาตรฐาน 2. ผู้ที่ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดูแลสถานพยาบาลได้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลาทำการ 3.ชนิดและจำนวนเครื่องมือแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ประจำสถานพยาบาล ต้องได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ 4. ชื่อสถานพยาบาลต้องไม่ขัดแย้งกับกฎกระทรวงว่าด้วยชื่อ และไม่ฝ่าฝืนการโฆษณา ต้องไม่ใช้คำที่มีลักษณะชักชวน เป็นเท็จ หรือโอ้อวดเกินความจริง สื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด การโฆษณาความเชี่ยวชาญด้านความงามของคลินิก อนุญาตให้เฉพาะแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรืออนุมัติจากแพทยสภาเท่านั้น และให้คลินิกทุกแห่งจัดทำบันทึกรายงานการรักษาผู้ป่วยทุกราย และมีระบบส่งรายงานประจำปีให้สำนักพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะด้วย