เริ่มแล้ว มติชน เฮลท์แคร์ 2021 แนะเทคนิคทำโฮมไอโซเลชั่น-ทำความเข้าใจเรื่องสมุนไพร

18.08.21 | 18:25 น.

เริ่มแล้ว มติชน เฮลท์แคร์ 2021 กรมการแพทย์แนะ 7 แยก เมื่อเข้าโฮม ไอโซเลชั่น ยันเตียงยังว่าง สปสช.กางแผนแจกเอทีเค 8.5 ล้านชุด ถึงบ้าน-ชุมชนพื้นที่สีแดง แพทย์แผนไทยฯ ชี้ไม่มีสมุนไพรป้องกันโควิด ฟ้าทะลายโจร-กระชาย แค่บรรเทาอาการ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ “Healthcare 2021 วัคซีนประเทศไทย” #เราจะฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน ในหัวข้อ “Home Isolation ทางรอดวิถีใหม่ ทำอย่างไรให้รอดจริง” จัดโดยมติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ ในเครือมติชน

นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยเข้าสู่ระบบโฮมไอโซเลชั่นเท่าที่ติดตามร่วมกับ สปสช.และศูนย์บริหารจัดการโควิดของกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีประมาณ 6-7 หมื่นราย ซึ่ง กทม.และปริมณฑล จะทำระบบโฮมไอโซเลชั่นเหมาะกว่าต่างจังหวัด ด้วยบริบทที่แตกต่างกัน อย่างต่างจังหวัดเรื่องการดูแลจะมีไปโรงพยาบาลชุมชนหรืออำเภอ โรงพยาบาลสนามหรือศูนย์พักคอยได้มากกว่า ตอนนี้ผู้ป่วยในระบบโฮมไอโซเลชั่นค่อนข้างมาก กำลังติดตามเรื่องคุณภาพ

แนะทำ 7 แยกเมื่ออยู่โฮมไอโซเลชั่น

“หลักการแรกการคุมโควิดในช่วงนี้เราพยายามแยกผู้ติดเชื้อออกผู้ไม่ติดเชื้อ หรือเราเรียกกว่าแยกปลาออกจากน้ำ ไม่งั้นการล็อกดาวน์ที่ทำมาจะไม่มีประโยชน์ จากนั้นแยกผู้ป่วยตามระดับความรุนแรง สีเขียวไม่มีอาการ สีเหลืองมีอาการไม่รุนแรง สีแดงมีปอดอักเสบรุนแรง จะจัดผู้ติดเชื้อเข้ารับการดูแลตามความรุนแรง ถ้าผู้ติดเชื้อไม่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลจะเข้าโฮมไอโซเลชั่น” อธิบดีกรมการแพทย์กล่าว

Advertisement

นพ.สมศักดิ์ยอมรับว่าหลังจากมีคนไข้เป็นหมื่นราย กรมการแพทย์ออกแนวทางให้ทุกคนใช้ร่วมกันในระบบโฮมไอโซเลชั่น เช่น สนับสนุนอาหาร 3 มื้อ เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด ยาที่จำเป็น หลัง สปสช.จับคู่จะมีกระบวนการที่บางแห่งอาจจะมีปัญหาผู้ป่วยมากเกินระบบ แต่หารือ กทม. สปสช. โรงพยาบาลเอกชน ขอย้ำเรื่องคุณภาพหลังขึ้นทะเบียนจับคู่ต้องส่งอุปกรณ์เหล่านี้ให้ เพราะเมื่อลงไปถึงชุมชน คลินิกอบอุ่น อาจจะมีความลักลั่นบางส่วน จะต้องประเมินคุณภาพทุกเครือข่าย เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยแย่ลงและป้องกันไม่ใช้ติดเชื้อ ให้ไปซื้อกับข้าวเอง

นพ.สมศักดิ์ยังแนะแนวทางการปฏิบัติตัวเมื่อเข้าโฮมไอโซเลชั่นว่า ให้ทำ 7 แยก คือ แยกอยู่ อยู่คนเดียวให้มากที่สุด แยกกินห้ามทานร่วมกัน เพราะพบว่าติดเชื้อช่วงกินข้าวบ่อยสุด แยกนอน ถ้าแยกไม่ได้ต้องไปอยู่ศูนย์พักคอย แยกของใช้ แยกห้องน้ำถ้าแยกไม่ได้ให้ทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้ แยกทิ้งขยะด้วยถุงแดง และสุดท้ายแยกอากาศสวมหน้ากากอนามัยทั้งผู้ป่วยและคนอยู่ด้วยกัน เว้นห่างกัน 2 เมตร

“ปัจจุบันมีระบบอื่นๆ เข้ามาช่วย เช่น มีโรบอตมาช่วยสกรีนนิ่งผู้ป่วยแยกเขียว เหลือง แดงได้ และติดต่อผู้ป่วย” นพ.สมศักดิ์กล่าว

สำหรับการใช้ชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิท (ATK) ซึ่งพบผู้ติดเชื้อเพิ่มจะทำให้มีเตียงเพียงพอจะรองรับหรือไม่ นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า การทำ ATK จะช่วยแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชนได้เร็วที่สุด เหมือนที่แพทย์ชนบท หรือ กทม.ทำ ซึ่งกระบวนการรักษาเป็นปลายทาง ทาง กทม.ยังมีศูนย์พักคอยที่เตียงยังว่าง และมีเพิ่มเตียงสนาม และฮอสปิเทลสีเหลืองได้อีก 2-3 พันเตียง ถ้าเอกชนจะมาช่วยซัพพอร์ต ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ไม่ว่าบริจาคออกซิเจน เครื่องผลิตออกซิเจน เรื่องโลจิสติกส์ที่ไรเดอร์มาช่วย จะทำให้ฟื้นโควิดได้เร็ว

สปสช.เพิ่ม3พันคู่สาย ซื้อเอทีเคแจก

ด้าน นพ.จเด็จกล่าวถึงความคืบหน้าการใช้ชุดตรวจเอทีเค จำนวน 8.5 ล้านชุด ว่า เป็นนกลวิธีหนึ่งค้นหาผู้ป่วยได้เร็วขึ้นเทียบกับการตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-CPR) ที่รอเป็นวันและประชาชนเข้าถึงได้ยาก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงมีนโยบายใช้ชุดตรวจเอทีเคเป็นชุดตรวจเบื้องต้นก่อน และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีประกาศให้หาซื้อชุดตรวจได้ด้วยตัวเองได้ จึงหารือร่วมกับ สธ.จะมีชุดตรวจให้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงบริการยากเพิ่มเติม จึงเสนอใช้เงินกู้เตรียมการไว้ จะทดลองนำรอง 2 เดือนนี้ คาดว่าจะใช้เดือนละ 4-5 ล้านชุด รวม 2 เดือน อยู่ที่ 8.5 ล้านชุด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนจัดหาขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) เพราะเราไม่มีอำนาจจัดซื้อ ถ้าได้แล้วจะรีบกระจาย หลักๆ มีแผนกระบายแล้ว เช่น โรงพยาบาล ศูนย์บริการ คลินิกชุมชนอบอุ่น ร้านขายยา เตรียมไรเดอร์ดิลิเวอรี ไปไห้ถึงบ้าน หรือชุมชนแออัดในพื้นที่สีแดง จะเดินเอาไปให้ไม่ต้องออกจากบ้านที่จะเป็นจุดตั้งต้นก่อน

“เมื่อใช้ชุดตรวจเอทีเคผลเป็นบวก ซึ่งไม่ใช่ 100% จะถูกต้องทั้งหมด ย้ำว่าถ้าต้องเอาผู้ป่วยไปรวมมันต้องต้องอาร์ที-พีซีอาร์ เป็นการยืนยัน แต่ถ้าอยู่โฮมไอโซเลชั่นอยู่แล้วไม่ต้องอาร์ที-พีซีอาร์ ก็ได้ สามารถเข้าบริการได้เลย” นพ.จเด็จกล่าว

เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า วิธีการคือ ไม่ว่าจะไปตรวจที่ไหนมาเมื่อมีผลเป็นบวก ให้ติดต่อศูนย์บริการใกล้บ้าน ต่อไปถ้ามีรับชุดตรวจเอทีเค รับที่ไหนก็โทรไปที่นั้น จะรู้ว่าจะเข้าระบบโฮมไอโซเลชั่นอย่างไร หรือซื้อมาตรวจเองก็โทร 1330 ตอนนี้เพิ่มคู่สายเป็น 3,000 คู่สาย และเพิ่มพนักงานรับโทรศัพท์จาก 300 คน เป็น 900 คน ได้ทาง SCB มาช่วย 100 คน มั่นใจรับได้ 12,000-13,000 ราย

“ถ้าต้องอยู่ในโฮมไอโซเลชั่น สปสช.จะสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายการบริการ เช่น จัดค่าใช้จ่ายให้ 1,000 บาทต่อวันต่อคน รวมอาหาร 3 มื้อ มีดิลิเวอรีส่งอาหารและยาถึงบ้านที่มีธนาคารออมสินมาช่วย ส่วนยาสามารถเบิกได้” นพ.จเด็จกล่าว และว่า ถ้ากระจายชุดตรวจเอทีเคแจกตามบ้าน จะได้เห็นวิถีใหม่เห็นมีตรวจเอทีเคทุกวัน เหมือนที่ต่างประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ แต่เรามีงบไม่มาก ต้องทดลองไปก่อน


ยังไม่มีสมุนไพรป้องโควิด ได้แค่บรรเทา

ขณะที่ พญ.อัมพรกล่าวว่า ผู้ป่วยมีร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว แต่ติดโควิดและเข้ารักษาในระบบโฮมไอโซเลชั่น ทางแพทย์สามารถจัดยาสมุนไพรให้ได้ 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มลดไข้ บรรเทาอาการปวดเมื่อย เช่น ยาเขียวหอม, บรรเทาอาการในระบบทางเดินสายใจ เช่น น้ำมูกไหล เช่น ยาแก้ไอผสมก้านพลู, บรรเทาอาการในระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เช่น น้ำขิง หรือโกฐจุฬาลัมพา และอาการอื่นๆ เช่น อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ฯลฯ

“เหล่านี้เป็นกลุ่มยาที่ใช้บรรเทาอาการเท่านั้น ก่อนหน้านี้เราทำงานวิชาการสนับสนุนโควิด-19 เสนอฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรรักษาโควิดในอาการที่ไม่รุนแรง เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ทางรอด สำหรับโฮมไอโซเลชั่น แต่ขอให้ใช้ถูกวิธี ขึ้นอยู่กับหมอที่ดูแลว่าผู้ป่วยเหมาะจะใช้ยาฟ้าทะลายโจรหรือไม่” พญ.อัมพรกล่าว

อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯกล่าวว่า จากข้อมูลที่วิเคราะห์ ยังไม่มีสมุนไพรใดๆ ป้องกันโควิด-19 ได้ แต่ในแง่ของการรักษา สิ่งที่พิสูจน์แล้ว และมีความเป็นไปได้สูงมากคือ ฟ้าทะลายโจรกับกระชาย กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาในมนุษย์ให้เริ่มใช้และดูระดับความปลดภัยในการกำจัดเชื้อไวรัส หรือรักษาโควิดได้หรือไม่ ยังเป็นแค่ความหวัง

“ในยุคเดิมใช้ฟ้าทะลายโจร มี Andrographolide แก้อาการหวัด แต่จากการศึกษาเพื่อใช้รักษาโควิดในผู้ป่วยที่แข็งแรงมาก่อน จะใช้ในปริมาณที่สูงกว่าการใช้รักษาไข้หวัด ถึง 3 เท่า แต่ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น โรคไต จะเกิดปัญหาได้ ต้องระมัดระวังหรือโรคตับ จะกำจัดฟ้าทะลายโจรได้ช้า ต้องระวังเช่นกัน หรือมีโรคอื่นๆ ไม่ให้ใช้พร่ำเพรื่อ ให้ใช้ในผู้มีร่างกายแข็งแรงและอายุต่ำกว่า 60 ปี” พญ.อัมพรกล่าว