ศปน.ตร.-ตำรวจปอศ.ทลายแอพพ์เงินกู้เครือข่ายใหญ่จับนายทุนจีน-พนง.ส่งข้อความทวงหากเบี้ยวหนี้

18.08.21 | 22:01 น.

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม  พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. นำกำลังตำรวจ กก.1 – 5 บก.ปอศ. จำนวน 60 นาย สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ศปน.ตร.ภ.2 นำโดย พล.ต.ต.ภาณุมาศ  บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท.ปฏิบัติราชการ ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง ผบก.ภ.จว.นครนายก รรท.ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.วราวุธ  เจริญชนม์ รอง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ปรท.บก.สส.ภ.2 นำกำลัง บก.สส.ภ.2 เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น บ้านพักของผู้ต้องหา จำนวน 10 จุด โดยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 8 จุด และในพื้นที่ จ.ชลบุรี จำนวน 2 จุด เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 11 ราย ที่กระจายตัวอยู่จุดต่างๆ ผลการตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย กลุ่มนายทุน  จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1. นายซ่ง สงวนนามสกุล  (สัญชาติจีน) 2.นายจะละ สงวนนามสกุล และ 3.นายปิง เฟิง สงวนนามสกุล (สัญชาติจีน)  กลุ่มเปิดบัญชี  จำนวน 5 ราย ได้แก่  1.น.ส.นารีรัตน์ สงวนนามสกุล 2.นายมนูญ สงวนนามสกุล  3.นายอนุวัฒน์ สงวนนามสกุล  4.น.ส.สุนทรา สงวนนามสกุล และ 5.น.ส.สุนทรี สงวนนามสกุล  พนักงานทวงหนี้ให้แอพพลิเคชั่น พร้อมเปิดบัญชี จำนวน 1 ราย คิอ นายสมชาย สงวนนามสกุล ความผิดฐาน “ ร่วมกันประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ”พร้อมยึดของกลาง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 5 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 14 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 13 เล่ม และเอกสารที่เกี่ยวข้อง อายัดบัญชีเงินฝากที่เกี่ยวข้อง 37 บัญชี รวมยอดเงินที่อายัดได้ 2.1 ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 2 ราย ซึ่งยังคงหลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี


พล.ต.ต.ไมตรี  กล่าวว่าจากสถานการณ์ปัจจุบัน แอพพลิเคชั่นเงินกู้นอกระบบระบาดอย่างหนัก มีการส่ง SMS ทวงหนี้ประชาชนทั่วไปจำนวนมาก บางครั้งประชาชนหลายรายที่ได้รับ SMS ไม่เคยแม้กระทั่งโหลดแอพพลิเคชั่นเงินกู้นอกระบบดังกล่าว แต่กลับได้รับ SMS ให้ชำระหนี้ทั้งที่ไม่เคยกู้มาก่อน บางรายได้รับ SMS แจ้งให้ชำระหนี้แทน โดยอ้างว่าเป็นผู้ค้ำประกันให้กับบุคคลอื่น ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวไม่เคยรู้จักมาก่อนแต่อย่างใด พร้อมทั้งข่มขู่ว่าหากไม่ชำระหนี้ดังกล่าวจะทำให้ติดเครดิตบูโร

ผบก.ปอศ. กล่าวอีกว่ากรณีนี้มีประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากแอพพลิเคชั่นเงินกู้นอกระบบ กาก้า  และ  กิโก้  จึงร้องเรียนมาที่ ศปน.ตร. ผ่านสายด่วน 1599 พล.ต.อ.ปิยะ  อุทาโย รอง ผบ.ตร. /  ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ     (ศปน.ตร.) เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นการสร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมพี่น้องประชาชนในห้วงวิกฤต โควิด 19 จึงสั่งการให้ บก.ปอศ.ทำการสืบสวนจับกุม        ตัวการหลัก และ กลุ่มผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ที่ผ่านมาจากการสืบสวนจับกุมของ ศปน.ตร.อย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มคนร้ายมีการปรับกลวิธี และ พัฒนาระบบแอพพลิเคชั่น ให้มีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น มีการปิดบังอำพรางสถานที่ตั้ง รวมไปถึงมีการว่าจ้างผู้อื่นให้มาเปิดบัญชีเพื่อใช้ในการกระทำความผิด โดยพบว่ามีการใช้บัญชีเงินฝากของผู้อื่นเป็นจำนวนมาก พบมีเงินหมุนเวียนในระบบ ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท ในช่วงเวลาเพียงแค่ 3 เดือน และมีการยักย้ายถ่ายเทเงินอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ยากต่อการติดตามจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.5 บก.ปอศ. สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนกระทั่งขออนุมัติออกหมายจับผู้ที่ร่วมขบวนการได้ทุกรายจนถึงตัวนายทุน

พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวอีกว่าจากกรณีดังกล่าว ศปน.ตร.ขอประชาสัมพันธ์ ถึงพี่น้องประชาชนอย่าได้หลงเชื่อทำการกู้เงินจาก  แอพพลิเคชั่นเงินกู้นอกระบบต่างๆ เพราะนอกจากจะถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมากแล้ว ยังอาจถูกข่มขู่ คุกคาม รวมไปถึงการถูกประจาน และถูกเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้การเปิดบัญชีเงินฝากแล้วให้ผู้อื่นนำไปใช้อาจทำให้ถูกจับกุมดำเนินคดีได้ เนื่องจากบัญชี เงินฝากนั้นอาจถูกนำเอาไปใช้ในการรับโอนเงินที่ได้มาจากกระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ

Advertisement

“หากพี่น้องประชาชนท่านใดได้รับ SMS แจ้งให้ชำระหนี้แทน โดยอ้างว่าเคยกู้ยืม หรือเป็นผู้ค้ำประกันให้กับบุคคลอื่น พร้อมทั้งข่มขู่ว่าถ้าไม่ชำระหนี้ดังกล่าวจะทำให้ติดเครดิตบูโร หากกรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริงขออย่าได้ตื่นตระหนก และหลงเชื่อโอนเงินให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพ โดยขอให้ท่านบันทึกรายละเอียดต่างๆ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ , หมายเลขบัญชีธนาคาร แล้วแจ้งเบาะแสมาที่ สายด่วน 1599   (ศปน.ตร.) หรือ สถานีตำรวจใกล้บ้าน “ผบก.ปอศ กล่าว