ลูกสาว อาม่าฮวย ควงทนาย ยันมีพยานหลักฐานสู้ เเจงคดีศาลจำคุก 12 ปีไม่ใช่สำนวน 250 ล้าน เป็นสำนวน 24.7ล้าน

19.08.21 | 12:49 น.

“ทนายกฤษฎา” ควง ”มาวดี” ลูกอาม่าฮวย เเจงคดีศาลพิพากษาจำคุก 12 ปี ไม่ใช่สำนวน 250 ล้าน เป็นสำนวน 24.7 ล้าน ยันมีพยานหลักฐานสู้คดี ชั้นอุทธรณ์ต่อ ขอสื่อให้เเก้ไขข่าวผิดพลาด จะไม่ติดใจดำเนินคดี วันนี้เเค่ขอปรึกษาพนักงานสอบสวน


เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม นางมาวดี ศรีวิรัตน์ ลูกสาวอาม่าฮวย ศรีวิรัตน์ พร้อมด้วย นายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) จากกรณีที่เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมาศาลมีคำพิพากษาในคดีที่นางมาวดี ถูกฟ้องข้อหาลักทรัพย์จากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีจำนวนความเสียหายเพียง 24.7 ล้านบาท แต่สื่อมวลชนกลับนำไปเสนอข่าวว่าศาลได้ลงโทษจำคุกนางมาวดีในสำนวนลักทรัพย์จำนวนกว่า 250 ล้าน และศาลลงโทษจำคุก 12 ปีโดยไม่รอลงอาญา ซึ่งไม่เป็นความจริงในคดีนี้

เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีข้อหาลักทรัพย์จากบัญชีธนาคารมูลค่าความเสียหาย 24.7 ล้าน โดยนางฮวยใช้สิทธิยื่นฟ้องคดีเองมิใช่คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ทำให้มีการสืบพยานในชั้นศาลหรือกว่าและมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่ใช่คดีใหญ่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 250 ล้านบาท ซึ่งคดีนั้นพนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ขั้นตอนยังอยู่ระหว่างการสืบพยานจำเลย เป็นเงินคนละส่วนในคดีที่ศาลพิพากษาไป ซึ่งเมื่อมีการนำเสนอข่าวนี้ไปประกอบกับข่าวเก่าทำให้คนเข้าใจ ว่านางมาวดีได้ถูกพิพากษาว่าผิดฐานลัก 250 ล้านบาท ไปทั้งที่ความจริงคดียังไม่จบ จึงขอนำเรื่องนี้มาชี้แจงต่อสื่อมวลชนเพื่อให้แก้ข่าวให้ตรงกับความจริง

นายกฤษฎากล่าวว่า ส่วนเรื่องคดีเราจะสู้ในข้อที่ว่าหลักฐานโจทก์ที่อ้างส่งมานั้นที่เป็นใบถอนเงิน 6 ใบ เป็นลายมือของนางฮวยถอนเอง เเต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษามา ทางนางมาวดีนั้นน้อมรับคำตัดสินของศาลและจะใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คดีในประเด็นนี้ ต่อโดยเราก็มีหลักฐานเพียงพอที่จะให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ส่วนคดี 250 ล้าน เราก็มีพยานหลักฐานในการสู้คดี ซึ่งคดีนั้นเดิมใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัว 5 ล้าน แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด นางมาวดีก็ได้ไปขอคืนหลักทรัพย์กลับมา 4 ล้าน ซึ่งศาลก็ได้เมตตาอนุญาตให้คืนหลักทรัพย์ในการประกันตัวได้

Advertisement

“โดยวันนี้เรานำพยานหลักฐานที่มีการลงข่าวในทางออนไลน์และทีวี ว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดหรือไม่ ขอเรียนว่าเราไม่ได้ตั้งใจมาหาเรื่องกับทางสื่อมวลชน เพราะสื่อมวลชนเองก็อาจไปรับข้อมูลที่ผิดมา และไม่ได้ตรวจสอบ วันนี้ เราก็เลยได้ขอชี้แจงต่อสื่อมวลชน ช่วยลงข้อความใหม่ให้ตรงกับในคดีและจำนวนทุนทรัพย์ ถ้าสื่อมวลชนลงแก้จนเราเป็นที่พอใจเราก็จะไม่ดำเนินคดี เพราะเนื่องจากเป็นการเข้าใจผิดเล็กน้อยเเละให้โอกาสเราได้ขี้เเจงความจริงเเล้ว” นายกฤษฎากล่าว

(ชมคลิป)