บช.น.แถลงสรุปม็อบ 18 ส.ค.จับกุมผู้ต้องหา 3 คน รวม ‘ม่อน อาชีวะ’ พกปืนอีก 1 ราย (มีคลิป)

19.08.21 | 14:13 น.

บช.น.แถลงสรุปม็อบ 18 ส.ค.จับกุมผู้ต้องหา 3 คน รวม ”ม่อน อาชีวะ” พกปืนอีก 1 ราย ดำเนินคดีผู้กระทำความผิด 444 คน จับไปแล้ว 187 คน


เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย  รอง ผบช.น.ฐานะโฆษก บช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมและสรุปสถานการณ์การชุมนุม

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า มีการประกาศเชิญชวนของกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้าบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 19 ส.ค. เวลา 16.00 น. มีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้าชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จัดทำกิจกรรมนำป้ายแขวนไว้บริเวณอนุสาวรีย์ จุดไฟเผาหุ่นฟาง สน.ชนะสงคราม และ สน.สำราญราษฎร์ จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย

Advertisement

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า ส่วนที่สามเหลี่ยมดินแดงมีการใช้ลูกแก้ว ยิง ประทัดยักษ์ พลุไฟระดมยิงใส่เจ้าหน้าตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จุดเพลิงเผาสิ่งของต่างๆ แบริเออร์ กรวยยาง ทำลายทรัพย์สิน รั้วของ กทม. การทางพิเศษ ทำลายทรัพย์โดยรอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องหา 3 ราย หนึ่งในนั้นเป็นการจับกุมตัวผู้กระทำผิดที่ ศาลแขวงดุสิตออกหมายจับกุม “ม่อน อาชีวะ” หรือนายธนเดช ศรีสงคราม ข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อหาอื่นๆ โดยหลังจากนี้สถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ต่างๆ จะมีการรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการชุมนุม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินคดีเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่เดือน ก.ค.64 ถึงปัจจุบัน มีคดีเกี่ยวกับการชุมนุม 82 คดี มีผู้เข้าข่ายถูกดำเนินคดี 444 คน จับได้แล้ว 187 คน ส่วนการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 ใช้ถ้อยคำคำพูด ภาพเหตุการณ์เก่า พูดทำนองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงใช้การกระทำรุนแรงกับผู้ชุมนุม ขอให้หยุดโพสต์ หยุดแชร์คลิปดังกล่าว

ส่วนความคืบหน้ากรณีเยาวชนถูกยิงบริเวณ สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง สอบปากคำตัวเด็ก ชี้แผนที่เกิดเหตุยืนยันว่ากลุ่มผู้กระทำตีและใช้กระสุนปืนยิงไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจแน่นอน ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเป็นหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดง ไล่ติดตามภาพกล้องวงจรปิด คาดว่าไม่น่ายาก

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.พญาไท จับกุมชายอายุ 21 ปี พร้อมอาวุธปืนขนาด .38 ซองปืนพก พร้อมกระสุนปืน 17 นัด แจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย บริเวณกรมแพทย์ทหารบก จากการสอบถามทราบว่า เป็นอดีตศิษย์เก่าอาชีวะสถาบันแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ได้นำของกลางดังกล่าวส่งตรวจส่งตำรวจพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบเคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่การชุมนุมหรือไม่ ส่วนภาพกลุ่มผู้ชุมนุมพกปืนบริเวณอนุสาวรีย์นั้น อยู่ระหว่างทำการพิสูจน์ทราบกรณีดังกล่าว

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุม ตำรวจใช้ความอดทน รวมทั้งใช้หลักนิติศาสตร์ควบคู่รัฐศาสตร์ โดยพยายามลดการเผชิญหน้าและลดความรุนแรงให้มากที่สุด แต่เมื่อมีการกระทำความผิดกฎหมาย ก็จำเป็นต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ ซึ่งทุกขั้นตอน ตำรวจดำเนินการภายในกรอบกฎหมายกำหนด เน้นรักษาพื้นที่ และไม่ให้กระทบต่อประชาชนบริเวณแฟลตดินแดง ​บช.น.ยืนยันว่าไม่กระทำผิดตำรวจก็ไม่ดำเนินการใดๆ ส่วนการนำคลิปเก่าที่ตำรวจ สน.หลักสอง ใช้ความรุนแรงมาเผยแพร่นั้น กรณีดังกล่าวได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปแล้ว ไม่ใช่ภาพระหว่างเหตุการณ์ชุมนุม หากนำไปโพสต์เผยแพร่ถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำผิดดังกล่าว

ส่วนกรณีการถอยแนวการตั้งรับไปบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตนั้น พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ผบช.น.สั่งเจ้าหน้าที่รักษาการบริเวณนั้นให้เน้นรักษาพื้นที่ถนนวิภาวดีรังสิตเป็นหลัก ไม่เข้าไปบริเวณสามแยกดินแดง จนกระทั่งมีการจุดเพลิงเผาไฟบริเวณพื้นที่การทางพิเศษจึงเข้าไปพื้นที่ การกระทำที่ประชาชนรับผลกระทบให้เน้นใช้การระมัดระวังให้ประชาชนได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด ส่วนกรณีรถถูกทุบในพื้นที่ชุมนุมนั้นอยู่ระหว่างตรวจรถ 3 คัน รวมถึงรถผู้สื่อข่าวที่ถูกทุบ

ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า การนัดหมายชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จึงแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นถนนราชดำเนินตลอดทั้งสาย ถนนหลานหลวง ถนนดินสอ ถนนตะนาว ถนนนครราชสีมา ถนนประชาธิปไตย สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ส่วนผู้เดินทางระหว่างฝั่งธนฯ และฝั่งพระนคร สามารถใช้ สะพานพระราม 8 สะพานซังฮี้ สะพานกรุงธนบุรี และสะพานพุทธฯ จะสะดวกกว่า อย่างไรก็ตาม การชุมนุมจะมีการเปลี่ยนเส้นทางไปเรื่อยๆ ขอให้มีการติดตามว่าผู้ชุมนุมอยู่จุดใด หากมีรถพี่น้องประชาชนหลงเข้าไปขอให้ระมัดระวังหลักเลี่ยงการจราจรจุดที่ทีการชุมนุมอย่างน้อย 2 ทางแยก

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า กรณีศาลแพ่งให้ส่งขั้นตอนสลายการชุมนุมนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับเอกสารทางการจากศาล ดำเนินการตามคำสั่งศาล อยู่ระหว่างรอรับหนังสือเป็นทางการ