“บิ๊กโจ๊ก”เผยผลสำรวจ 5 ประเด็นโครงการพีเพิลโพล พบปชช.กลัวภัยอาชญากรรมที่หวาดกลัวลำดับต้น

21.08.21 | 22:36 น.

 “บิ๊กโจ๊ก”เผยผลสำรวจ 5 ประเด็นโครงการพีเพิลโพล  พบปชช.กลัวภัยอาชญากรรมที่หวาดกลัวลำดับต้น พร้อมสำรวจต่อเพื่อสะท้อนการงานของตำรวจบนโรงพัก


เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา(สบ )สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยว่าตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) มอบหมายให้  ดำเนินโครงการวิจัยเชิงสำรวจ หรือ พีเพิลโพล (People Poll) ซึ่งอยู่ในระหว่างช่วงระยะเวลาทดสอบ 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมและความเชื่อมั่น ของประชาชนต่อประสิทธิภาพการป้องกันอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตํารวจ และความพึงพอใจต่อการให้บริการภายในสถานีตํารวจ โดยยึดหลักระเบียบวิธีวิจัยอย่างเคร่งครัด ได้กำหนดจำนวนกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่สถานีละ 100 ตัวอย่าง ครอบคลุม 1,484 สถานีทั่วประเทศ เก็บข้อมูลโดยใช้ระบบออนไลน์ หรือ google form ซึ่งโปรแกรมนี้สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว และประหยัดงบประมาณ ถือเป็นการประยุกต์ใช้นวัตกรรมส่งเสริมการทำงานของตำรวจ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าโดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้  ประเด็นที่ 1 ทำไมต้องเก็บข้อมูลจากทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ พีเพิลโพล ดำเนินงานโดยยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลาง รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ดังนั้น การเก็บข้อมูลจากทุกสถานีตำรวจครอบคลุมพื้นที่ทุกตารางเมตรของประเทศไทย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับรู้ถึงความรู้สึก ทัศนคติ ความต้องการ และปัญหาของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถปรับรูปแบบการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที

ประเด็นที่ 2 ทำไมต้องวัดความหวาดกลัวภัย ประสิทธิภาพของตำรวจด้านการป้องกันอาชญากรรม และความพึงพอใจของประชาชนที่มาติดต่อที่โรงพัก ตัวชี้วัดเรื่องความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม และความเชื่อมั่นฯ นั้นถือเป็นตัวชี้วัดสากล ที่ World Internal Security and Police Index ใช้วัดประสิทธิภาพตำรวจ และพระราชบัญญัติการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 ได้กำหนดให้ตำรวจนำค่าเป้าหมาย และตัวชี้วัดดังกล่าวมาใช้วัดประสิทธิภาพตำรวจไว้เช่นกัน สำหรับการวัดความพึงพอใจนั้น สามารถสะท้อนให้เห็นคุณภาพการทำงาน และการมีจิตใจในการให้บริการของตำรวจบนโรงพัก

Advertisement

ประเด็นที่ 3 เป็นการเพิ่มภาระให้โรงพักหรือไม่ทุกสถานีเก็บข้อมูลกับประชาชนจำนวน 100 คนต่อเดือน (วันที 1-20) เฉลี่ยเพียงวันละ 5 คนเท่านั้น ซึ่งแต่ละวันตำรวจต้องพบปะให้บริการประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก เช่น ตำรวจสายตรวจ ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ และประชาชนที่มาใช้บริการบนโรงพัก ดังนั้น จึงไม่ถือว่าเป็นภาระเพิ่มเติม

ประเด็นที่ 4 พีเพิลโพล เชื่อถือได้หรือไม่ พีเพิลโพล ดำเนินการโดยยึดหลักระเบียบวิธีวิจัยอย่างเคร่งครัด โดยทำงานร่วมนักวิชาการ และกองวิจัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่กระบวนการออกแบบสอบถาม (อ้างอิง UNODC) แบบสอบถาม กำหนดกลุ่มตัวอย่าง การเก็บข้อมูล การประมวลผลข้อมูล ตลอดจนการวิเคราะห์ และนำเสนอผลข้อมูล

และประเด็นที่ 5 ทำอย่างไรหากพื้นที่นั้นไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต คณะทำงานได้คำนึงถึงเงื่อนไขนี้ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ โดยให้เน้นการเก็บข้อมูลตามจริง และสามารถนำจำนวนมาเฉลี่ยกับพื้นที่อื่น ๆ ภายในจังหวัดเดียวกันตามสัดส่วนของประชาชน โดยให้ยึดถือระเบียบวิธีวิจัย และสถิติเพื่อให้ข้อมูลมีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  กล่าวอีกว่าผลสำรวจพีเพิลโพล ที่ผ่านมา พบว่า ภัยอาชญากรรมที่ประชาชนมีความหวาดกลัวในลำดับต้น ๆ คือ ทำร้ายร่างกาย การถูกฆ่า ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ยาเสพติด และอาชญากรรมไซเบอร์ นอกจากนี้ คณะทำงานยังได้รับข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์   นำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ วางแผน กำหนดทิศทางการทำงาน โดยสั่งการให้ตำรวจทุกโรงพักปรับรูปแบบการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที และตรงกับความต้องการของประชาชน อีกทั้งกำชับให้เก็บข้อมูลพีเพิลโพลตามที่มอบหมายกับประชาชนในพื้นที่เพื่อสะท้อนความคิดเห็นได้ตรงกับความเป็นจริง

โดย ตร.เล็งเห็นว่า “การรับฟังเสียงของประชาชน คือ สิ่งสำคัญ เพราะ เสียงของประชาชนคือเสียงของเจ้าของประเทศ” ซึ่งพีเพิลโพล คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการวางแผนการบริหารงานทั้งระดับสถานีตำรวจ กองบังคับการ กองบัญชาการ จนถึงระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ