หนุ่มจี้รถเมล์สาย 8 เผยหลังมอบตัว รับ เครียดตกงานช่วงโควิด ตรวจปัสสาวะมีสารเสพติด

23.08.21 | 09:09 น.

หนุ่มจี้รถเมล์สาย 8 เผยหลังมอบตัว เครียดตกงานช่วงโควิด ตรวจปัสสาวะมีสารเสพติด

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีรายงานว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.น.4 , พ.ต.อ.สุขุม สินเลิศ ,พ.ต.อ.จักเพชร เพชรพลอยนิล ,พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.สน.ลาดพร้าว ,พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.กก.สส.บก.น.4 ได้ลงพื้นที่เหตุจี้ตัวประกันบนรถเมล์โดยสาร


โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เวลาประมาณ 21.00 น. ศูนย์วิทยุ 191 และสน.ลาดพร้าว ได้รับแจ้งเหตุ มีชายไทยไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง มีวัตถุลักษณะคล้ายอาวุธปืน ทำการจี้ตัวประกันบนรถประจำทางสาย 8 ขณะที่รถประจำทางคันดังกล่าวอยู่บริเวณ กลาง ถ.แฮปปี้แลนด์สาย 1 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ผกก.สน.ลาดพร้าว จึงได้นำกำลังฝ่ายป้องกันปราบปราม ฝ่ายสืบสวน เดินทางไปตรวจสอบ และได้ประสาน บก.สปพ. ส่งกำลังสนับสนุนการปฏิบัติ

เมื่อไปถึง พบนายสายัณห์ ฤกษ์พิจิต (ทราบชื่อและนามสกุลจริงภายหลัง) แสดงตนเป็นคนขับรถประจำทางคันดังกล่าว แจ้งว่า รับชายคนร้ายขึ้นรถประจำทางที่ตนเองเป็นผู้ขับขี่บริเวณอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อมาถึงบริเวณแยกแฮปปี้แลนด์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ชายคนร้ายดังกล่าวได้นำวัตถุคล้ายอาวุธปืนขึ้นมาแสดงและสั่งให้ นายสายัณห์ ขับรถวนไปส่งคนร้ายที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิอีกครั้ง นายสายัณห์ จึงแจ้งว่าขอเอารถไปเข้าอู่ก่อน เนื่องจากเป็นระเบียบของรถประจำทาง และใช้ช่วงคนร้ายเผลอหลบหนีออกมาได้

แต่ในรถประจำทางยังคงเหลือ น.ส.นวลพรรณ ม่วงจีน (ทราบชื่อและนามสกุลจริงภายหลัง) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระเป๋ารถประจำทางอยู่ในรถ เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบว่ายังมีผู้อยู่ในรถคันดังกล่าวอีก จึงเจรจากับคนร้ายจนทราบว่าชื่อ นายพีรณัฐ แสงจันทร์ อายุ 23 ปี โดยนายพีรณัฐ ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ขอให้นักข่าวสำนักใดก็ได้มาทำข่าวตนเอง หากไม่มีนักข่าวมาสัมภาษณ์ ตนจะนำอาวุธปืนที่ตนเองเตรียมมายิง น.ส.นวลพรรณ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการเจรจาต่อไป จน น.ส.นวลพรรณ อาศัยช่วงที่นายพีรณัฐ เผลอ หลบหนีทางหน้าต่างด้านหน้าฝั่งซ้ายของรถประจำทางออกมาจนสำเร็จ และได้ตรึงกำลัง รักษาสถานที่เกิดเหตุไว้

Advertisement

ต่อมาเวลาประมาณ 23.30 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ อรินทราช 26 เข้าประเมินสถานการณ์ที่เกิดเหตุ พร้อมวางแผนการปฏิบัติเพื่อป้องกันเหตุอันตราย หากการเจรจาไม่เป็นผล จนกระทั่งเวลาประมาณ 00.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดต่อบิดา และมาดาของนายพีรณัฐ ได้ จึงได้เชิญมาช่วยเจรจาจนนายพีรพัฒน์ ยินยอมลงจากรถประจำทาง และมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จาการตรวจค้นรถคันที่เกิดเหตุ พบของกลาง อาวุธลักษณะคล้ายปืนพกสั้น สีดำ จำนวน 1 กระบอก บริเวณเบาะที่นั่งบนรถประจำทางฝั่งขวาด้านหลัง ซึ่งนายพีรณัฐ ได้วางไว้บนเบาะก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม จากการสอบถามนายพีรณัฐ ให้การรับสารภาพ โดยยอมรับว่าตนเองได้ทำการใช้อาวุธลักษณะคล้ายปืนพกสั้น ข่มขู่นายสายัณห์ คนขับรถประจำทาง และ น.ส.นวลพรรณ กระเป๋ารถประจำทาง จริง สาเหตุที่ที่ทำไปเนื่องจากความเครียดปัญหาส่วนตัว ตกงานในช่วงโควิด

ทั้งนี้ เมื่อตรวจปัสสาวะเบื้องต้นผลการตรวจ พบว่ามีผลเป็นบวก จึงนำปัสสาวะนายพีรณัฐ ไปตรวจเพื่อยืนยันผลอีกครั้งที่ รพ.ลาดกระบัง ผลการตรวจพบว่า มีสารเสพติดในปัสสาวะของนายพีรณัฐ จริง ทางตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “หน่วงเหนี่ยวกักขังและข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใดๆ โดยใช้อาวุธ, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ) โดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับวัตถุคล้ายอาวุธปืน ทางพนักงานสอบสวนจะได้ส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน มาเป็นอาวุธปืนจริงหรือไม่ เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป