‘ปรเมษฐ์’ อธ.ศาลอาญาคดีทุจริต ภ.1 ลุ้นมติ ก.ต.ผ่านนั่ง พ.อาวุโสต่อหรือไม่ เตรียมใช้สิทธิทางกฎหมาย หากไม่ได้ความเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ช่วยทำงานผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 กล่าวถึงกรณีที่วันนี้ คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) จะมีการประชุมพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการศาลยุติธรรมประจำปี 2564 ในส่วนที่ยังค้างและอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาที่จะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นี้ คาดว่าจะมีวาระว่า ก.ต.จะพิจารณาให้นายปรเมษฐ์ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสต่อหรือไม่ว่า ตนหวังจะได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาจาก ก.ต.ในครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวบรรทัดฐานและมาตรฐานของผู้พิพากษาของศาลยุติธรรมในอนาคตต่อไป
ที่ผ่านมาเคยยื่นคำร้องไว้ว่าการพิจารณาแต่งตั้งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส ต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การแต่งตั้งและการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสฉบับที่ 4 พ.ศ.2560 มาตรา 6/1 บัญญัติว่า ข้าราชการตุลาการซึ่งมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณใดให้พ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ เมื่อสิ้นงบประมาณนั้น และให้ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส จนกว่าจะพ้นจากราชการตามมาตรา 8/1
และมาตรา 9 บัญญัติว่าข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมซึ่งจะมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณใด ให้ ก.ต.จัดให้มีการประเมินสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตุลาการ แล้วเสนอผลการประเมินให้กต.พิจารณาประกอบการแต่งตั้ง
เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายจะได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสแล้ว ก.ต.ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญของสถาบันศาลยุติธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายและพิจารณาวินัยข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม จะต้องพิจารณาตามบทบัญญัติของกฎหมายโดยให้ความเป็นธรรมแก่ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม
โดยหากใน ก.ต.มีมติว่าไม่ให้ตนดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส จะมีผลทำให้พ้นจากตำแหน่ง และเป็นการลงโทษทางวินัยล่วงหน้า ก็จะต่อสู้ว่าเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมาย น่าจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนวินัยยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ เป็นแนวบรรทัดฐานและมาตรฐานที่ไม่ถูกต้องของผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมและสถาบันศาลยุติธรรมในอนาคต เกิดความเสียหายยากที่จะเยียวยาได้ในภายหลัง การกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เช่นนี้มีผลทำให้ผู้ได้รับความเสียหายมีสิทธิทางศาลฟ้องร้อง ทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไป ตามบทบัญญัติของกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมในฐานะประชาชนชาวไทยมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างเสมอภาคเช่นเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปรเมษฐ์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนร้ายเเรง ถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ซึ่งก่อนหน้านี้ ก.ต.มีมติให้อนุกรรมการตุลาการไปพิจารณากลั่นกรองก่อนเสนอ ก.ต.เห็นชอบอีกครั้งว่าจะผ่านเป็นผู้พิพากษาอาวุโสหรือไม่
โดยก่อนหน้านี้เคยยื่นฟ้อง 3 กรรมการสอบข้อเท็จจริง และ ปธ.ศาลฎีกาต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯโดยศาลยกฟ้องในสำนวนประธานศาลฎีกาไปแล้ว โดยโจทก์เตรียมยื่นอุทธรณ์คดีต่อ

