วันที่ 19 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีการค้นพบพระพุทธรูปทองคำโบราณ อายุ 143 ปี จารึกอักษรลาวใต้ฐานว่าสร้างขึ้น พ.ศ.2416 ตรงกับยุคต้นๆรัชกาลที่ 5 ในวัดศรีจำปา บ้านซ่ง ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม ทำให้คนนครพนมปลาบปลื้มใจที่มีพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานอยู่ในจังหวัด ญาติโยมทั้งใกล้และไกลเดินทางไปสักการะอยู่เนืองๆ มีเวรยามรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มแข็งตลอด 24 ชม.
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก พระ ดร.ตฤณ สุธิโต(ศุภโชคอุดมชัย) ว่า มีข้อมูลเพิ่มเติมในองค์พระทองคำ หรือมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการคือ”หลวงพ่อหมื่นคงอัตตะ” อาจจะเป็นบุญวาสนาแบบยกกำลังสองของชาวนครพนม และรอคอยการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญ แม้ทุกวันนี้จะมีนักวิชาการจากสถาบันต่างๆมาเยี่ยมชม ล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันทั้งหมด ฟันธงภายในองค์พระเป็นทองคำแท้แน่นอน เพราะเห็นเม็ดทองคำผสมอยู่ในดินที่ใช้หล่อใต้ฐาน
วันที่ 15 ก.ย.ได้อัญเชิญพระทองคำมาขัดทำความสะอาดด้วยน้ำมะขามเปียก และวัดขนาดส่วนสูง+กว้าง อีกครั้ง ปรากฏว่าสูง 59 ซม. กว้าง 42 ซม. น้ำหนักสุทธิ 24.5 กก. ชาวบ้านที่ร่วมเป็นสักขีพยานนำขนาด+น้ำหนักไปซื้อหวย ปรากฏว่าถูกกันทั้งบนและล่างรวยกันเป็นเงินแสน และจะรวบรวมคนถูกหวยจากเลขเด็ดหลวงพ่อทองคำ จัดผ้าป่ามาถวายวัดสบทบทุนในการจัดสร้างอาสนะต่างๆ
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ พระครูกิตติพัฒนสุนทร เจ้าอาวาสวัดศรีจำปารูปปัจจุบัน ท่านพาไปยังกุฏิเพื่อพิสูจน์หลักฐานสำคัญอีกชิ้น ซึ่งท่านเก็บงำเป็นความลับมาโดยตลอด แต่พอเรื่องราวการค้นพบพระทองคำองค์นี้เปิดเผย จึงอยากจะสนับสนุนข้อมูลให้หายคลางแคลง ด้วยการนำดอกไม้เงิน ดอกไม้ทองคำแท้ มาให้ชื่มชมเป็นบุญตา ท่านพระครูกล่าวว่าจากเจ้าอาวาสรูปก่อนคือ หลวงพ่อเลียบ กัณญาโณ หรือพระครูอุดมเขตคณากร ได้สั่งเสียไว้ก่อนมรณภาพว่าให้เก็บรักษาสิ่งของเหล่านี้ไว้ดีๆ ท่านจึงเก็บรวบรวมของมีค่าไว้ในกุฏิโดยไม่ยอมเล่าให้ใครฟัง แต่ก็สงสัยตลอดทำไมมีเครื่องบรรณาการสักการะสร้างจากทองคำแท้ ถวายบูชาหลวงพ่อหมื่นคงอัตตะนี้ เชื่อหลวงพ่อเลียบท่านต้องรู้พระพุทธรูปต้องเป็นทองคำแต่ไม่ยอมเปิดเผย เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัยมากกว่า ภายหลังมีร้านทองมาพิสูจน์ดอกไม้ทอง ก็ยืนยันเป็นทองคำแท้บริสุทธิ์ น้ำหนักรวม 60 บาท
ขณะเดียวกันมี นางตุ่น ลอวันไซย ชาวลาวบ้านเวียงคำ เมืองปากกะดิ่ง แขวงบอลิคำไซย สปป.ลาว มากราบสักการะหลวงพ่อหมื่นคงอัตตะ เพราะทราบว่าเป็นพระพุทธรุปสร้างจากบ้านเกิดของตน จึงอยากจะมาเห็นด้วยตา และตอบคำถามที่ค้างคาใจว่า “หลอมคำ” ในภาษาลาวหมายถึงอะไร นางตุ่นบอกคือ”หล่อทองคำ” หากเป็นทองเหลือง เงิน นาค หรือทองแดง ภาษาลาวจะเรียกกันตรงตัวเช่น หลอมทองเหลืองเป็นต้น เมื่อพิจารณาภายนอกองค์พระออกสีชมพู จึงสันนิษฐานเป็นการหล่อด้วยทองคำสีดอกบัว ซึ่งมีเอกลักษณ์เป็นสีชมพู ทางการลาวเรียกทองชนิดนี้ว่า”ทองสีหอม” ผสมกับทองเหลือง คนไทยเรียกส่วนผสมลักษณะนี้คือ”ทองลูกบวบหรือทองบวบ”นั่นเอง
นางตุ่นเล่าเพิ่มเติมต่อว่า ทองคำสีดอกบัวหรือทองคำสีหอม เป็นทองที่มีราคาแพงกว่าทองทั่วๆไป คนลาวจะรู้จักทองพวกนี้เป็นอย่างดี ผู้ใดสวมใส่ทองรูปพรรณด้วยทองสีหอมถือว่าเป็นบุคคลมีฐานะ พระองค์นี้หล่อด้วยทองคำสีหอมซ่อนอยู่ภายใน เหตุที่มีการหล่อทองลูกบวบทับ เพราะทองคำบริสุทธิ์จะมีความอ่อนตัวสูง หากไม่หล่ออะไรทับไว้ทองก็จะไหลย้อยไม่เป็นรูปทรง คนลาวที่สามารถสร้างพระได้ต้องเป็นกษัตริย์หรือเชื้อพระวงศ์เท่านั้น เพราะการจะสร้างพระพุทธรูปสักองค์ต้องมีบารมีสูง สามารถหาช่างมาช่วยสร้างได้ ในประเทศลาวยังไม่เคยได้ยินว่ามีบุคคลธรรมดาจัดสร้างพระพุทธรูปทองคำ เมื่อนางตุ่นเห็นดอกไม้เงินดอกไม้ทองเครื่องบรรณาการสักการะ ก็บอกว่าเป็นดอกซ้อนคล้ายๆดอกมะลิ ซึ่งคนลาวจะนิยมปลูกดอกไม้ชนิดนี้กันทุกครัวเรือน ส่วนดอกจำปามีไว้บูชาพระ
ทางด้าน อาจารย์ชัยมงคล จินดาสมุทร นักวิชาการภูพานลุ่มแม่น้ำโขง อธิบายรูปทรงของพระทองคำนี้ว่า เป็นปางตรัสรู้หรือปางสมาธิ ศิลปะผสมผสาน โดยยอดเกศคล้ายศิลปะลพบุรี ส่วนสังฆาฏิเหมือนศิลปะสุโขทัย เชื่อช่างผู้สร้างน่าจะเป็นคนท้องถิ่น ที่ไม่ค่อยเชี่ยวชาญมากนัก เพราะไม่มีการเก็บรายละเอียดรอบองค์พระ
หลังข่าวมีการค้นพบพระพุทธรูปทองคำองค์นี้แล้ว มีการตั้งคำถามว่าเคยมีใครเห็นพระทองคำในจังหวัดนครพนม ที่มีความใหญ่โตกว่าองค์นี้ไหม เมื่อไม่เคยเห็นจึงถามต่อไปอีกว่าแล้วจังหวัดใกล้เคียงหรือทั้งภาคอีสาน มีพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่กว่านี้หรือเปล่า หลายคนที่อยู่ร่วมเสวนาต่างกล่าวว่าเท่าที่ทราบยังไม่เคยพบเห็น เชื่อพระองค์นี้อาจจะเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน แต่ต้องรอการพิสูจน์อย่างเป็นทางการก่อน
ขณะเดียวกันช่างกระจก มาทำการติดตั้งกระจกใสเพื่อบรรจุหลวงพ่อหมื่นคงอัตตะพระทองคำ แต่ต้องเจอกับอุปสรรคที่ไม่เคยพบเห็น กล่าวคือหลังประกอบกระจกครบ 3 ด้าน กำลังจะนิมนต์พระทองคำใส่ภายในเพื่อปิดกระจกด้านที่สี่ ปรากฎว่ากระจกเกิดแตกมีรอยร้าวเป็นทางยาว ยิ่งแก้ไขก็ยิ่งเพิ่มรอยร้าวมากขึ้น จึงนำปัญหาไปกราบเจ้าอาวาสวัด หลายคนเชื่อท่านคงไม่อยากจะอยู่ในกระจกจึงแสดงปาฏิหาริย์ดังกล่าว พระครูกิตติพัฒนสุนทรสั่งให้รื้อกระจกออกทั้งหมด แล้วค่อยหาวิธีป้องกันรักษาความปลอดภัยพระทองคำใหม่ ส่วนอนาคตท่านจะสร้างมณฑปบรรจุท่านประดิษฐานอย่างถาวร และมีความแน่นหนาที่สุด เพื่อป้องกันโจรใจบาปลักลอบขโมยไป ล่าสุดมีผู้ใจบุญโทรศัพท์แจ้งความประสงค์ ขอร่วมเป็นเจ้าภาพหลายราย พร้อมกันนี้มีทัวร์ขอนำลูกทัวร์มากราบสักการะจำนวนมาก ข่าวคืบหน้าจะนำมาเสนอต่อไป

