จตช.ยันสอบทุกปม พ.ต.อ.รีดเงินคดียาเสพติด 2 ล้านจนมีคนตาย ส่งทีมลงพื้นที่สอบทุกประเด็น

23.08.21 | 12:04 น.

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 23 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายตำรวจระดับ พ.ต.อ. สภ.เมืองนครสวรรค์ จับกุมสองสามีภรรยาผู้ต้องหาค้ายาเสพติดก่อนรีดเงิน 2 ล้าน และในเวลาต่อมาปรากฏ 1 ในผู้ต้องหาเสียชีวิตตามที่เป็นข่าว ว่าได้สั่งการให้ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จตร.(หน.จต.) ลงพื้นที่ร่วมกับ พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ซึ่งในวันนี้มีการประชุมร่วมกันเพื่อดำเนินการค้นหาความจริง เพราะเรื่องนี้ประชาชนให้ความสนใจ ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้กำชับมา หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงให้ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ไม่มีละเว้น ทั้งนี้ จะต้องตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยทำงานร่วมกับทางจังหวัด ตั้งแต่การควบคุมตัว รวมถึงการดำเนินการทุกอย่างว่าเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ เพราะมีการตาย รวมถึงผลการชันสูตรพลิกศพ และจะเรียกสอบถามพยานทั้งหมดเพื่อค้นหาความจริงให้ได้ โดยว่าไปตามพยานหลักฐานทั้งหมด เริ่มต้นเป็นมาอย่างไร พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แม้ว่าตอนนี้ทางพ่อของผู้ตายจะออกมาบอกว่าไม่ติดใจเอาความ ก็เป็นคนละเรื่องกัน ถ้ามีการกระทำความผิดก็ต้องมีการดำเนินการ ทีมจเรตำรวจที่ลงพื้นที่ไปจะร่วมกับทางจังหวัดทำความจริงให้ปรากฏ แม้ขณะนี้จะมีคนพูดไปอย่างโน้นอย่างนี้ก็ว่ากันไป เราค้นหาความจริงและจะทำให้ดีที่สุด ส่วนผู้ที่ถูกร้องเรียนทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 มีคำสั่งให้มาช่วยราชการที่ ศปก.บช.ภ.6 แล้ว เพื่อไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน และจะได้ทำงานได้อย่างเต็มที่


ผู้สื่อข่าวถามว่าภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนี้โดนพุ่งเป้ามาทำให้มัวหมอง จะคลี่คลายอย่างไร พล.ต.อ.วิสนุกล่าวว่า ในขณะนี้ก็พยายามเต็มที่ ทาง ผบ.ตร.กำชับมา ตำรวจต้องมีวินัย ทำงานให้ดีที่สุด เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้มีความปลอดภัย แน่นอนทุกวันนี้บ้านเมืองมีปัญหามากมาย และตำรวจเองก็เป็นประเด็นอยู่ ทุกคนที่อยู่ก็พยายามทำให้ดีที่สุด ตั้งใจ ซึ่งทางจเรตำรวจได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจต้องมีวินัย มีความอดทน และต้องตั้งใจ ใส่ใจ จริงใจ ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน แต่ก็คนหมู่มาก ใครทำผิดก็ไม่เอาไว้พร้อมทั้งยืนยันว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวความจริงเป็นอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้น

เมื่อถามว่ากรณีนี้พบความผิดปกติหรือมีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือไม่ พล.ต.อ.วิสนุกล่าวว่า ทั้งนี้ ต้องแยกเรื่องความรู้สึกออกไปและนำความจริงออกมา ขอให้คณะที่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ทำงานก่อนและรายงานขึ้นมา อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบราชการ ซึ่งอาจจะใช้เวลานาน แต่ยืนยันว่าไม่มีอะไรที่จะประวิงเวลา จเรตำรวจแห่งชาติพยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจขัดความรู้สึกว่าทำไมเรื่องนี้ตรวจสอบนาน แต่บางเรื่องก็ใช้เวลาตรวจสอบไม่นาน เช่นเรื่องกรณีของตำรวจ สภ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช อมเบี้ยเลี้ยงโควิดก็ไล่ออกจากราชการไปแล้ว ซึ่งเป็นตัวอย่างว่าการกระทำความผิดนั้นมีการลงโทษ แต่กระบวนการกว่าจะไปถึงข้อเท็จจริงมีระเบียบต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนวินัย ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย มีการกล่าวหา เปิดโอกาสให้มาชี้แจง ก็เลยเสียเวลา ดูเหมือนนาน แต่ยังยืนยันว่าไม่มีอะไรที่จะมาประวิงเวลาได้ ตั้งใจทำงานให้เต็มที่