วันที่ 19 กันยายน 2559 ชาวบ้านหมู่ที่4 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ได้นำต้นกล้วยออกมาเตรียมปลูกลงบนพื้นถนนที่กำลังกลายสภาพเป็นดินโคลน หลังจากในพื้นที่มีฝนตกลงมา ทำให้ถนนที่มีสภาพชำรุดเป็นหลุมบ่อ มีน้ำท่วมขังเป็นระยะทางยาวรวมหลาย 10 เมตร อีกทั้งดินที่ลอยอยู่บนถนนเมื่อโดนน้ำฝนก็จะกลาสภาพเป็นน้ำโคลนสีดำ กระเด็นขึ้นมาเปื่อนเสื้อผ้าของผู้ที่สัญจรผ่านไปมา โดยเฉพาะนักเรียนที่สวมใส่เสื้อผ้าสีขาวที่เสื้อจะโดนโคลนดีดทำให้สกปรกเลอะเทอะ รวมทั้งการออกจากบ้านเพื่อไปขึ้นรถรับส่งนักเรียนก้ต้องถอดรองเท้าเดินลุยน้ำเพื่อไม่ให้รองเท้าและถุงเท้าเปียกไปขึ้นรถโดยชาวบ้านเล่าว่าถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะมีประชาชนจาก3หมู่บ้านที่จำเป็นต้องใช้ถนนเส้นนี้ในการสัญจร โดยในแต่ละวันจะมีรถผ่านจำนวนกว่า 600 คัน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนทุกครั้งที่มีฝนตก และบ่อยครั้งที่เกิดอุบัติเหตุจากการที่รถตกหลุม หรือหลบแอ่งน้ำมาเฉี่ยวชนกันจนมีผูได้้รับบาดเจ็บอยู่เป็นประจำ จึงวอนขอให้ทางราชการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วนเพราะชาวบ้านต้องทนทุกเช่นนี้มานานหลายปี
นายสุรศักดิ์ ชาวบ้านที่เคยประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้อมจากถนนในจุดนี้เปิดเผยว่า ถนนสายนี้จะยิ่งทวีความอันตราย หากเกิดฝนตกลงมา เพราะจะมีน้ำท่วมขังบนผิวถนนสูง10-20ซ.ม. จะทำให้ไม่สามารถมองเห็นหลุมบ่อที่อยู่ใต้น้ำได้ ทำให้รถจักรยานยนต์ที่ขับมาตกลงไปเสียหลัดและพลิกคว่ำเหมือนกรณีของตนมาหลายคนแล้ว จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านด้วย

