เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผู้บังคับการกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ(ผบก.สปพ.) พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ต.ไพบูลย์ สอโส สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ.นำกำลังจับกุม นายกิตติภพ มณีรัตนกุลชัย อายุ 34ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “กระทำความผิดฐาน ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น , ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น , หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและ ลักทรัพย์ โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน”ได้ที่ปากซอยโชคชัย 4 ซอย 70 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพหานคร
พล.ต.ต.สมบูรณ์ กล่าวว่า บก.สปพ. รับแจ้งว่ามีบุคคลแอบอ้างตนเองเป็นตำรวจและหลอกลวงเหยื่อไปร่วมประเวณีและจะทำการจับกุมตัว และอาศัยจังหวะในการลักทรัพย์ ตรวจสอบประวัติ พบเคยก่อเหตุมาแล้วกว่าสิบครั้ง และพ้นโทษมาเมื่อประมาณต้นปี 2564 โดยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนหาข่าว งานสายตรวจ 1 จับกุม นายกิตติภพ โดยผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ให้ดำเนินคดีกับนายกิตติภพ ซึ่งได้หลอกลวงแสดงตนเองว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมผู้เสียหาย ในความผิดฐาน
ค้าประเวณีฯ และยังได้บังคับข่มขืนใจ พร้อมหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายให้อยู่ภายในที่เกิดเหตุ จากนั้น จึงทำการล่อลวงให้ ผู้เสียหายบังคับให้ทำการสำเร็จความใคร่ให้กับผู้ต้องหา เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้ปล่อยตัว ผู้เสียหายหลงเชื่อยอมทำตาม จนสำเร็จความใคร่ และต่อมาผู้ต้องหาอาศัยจังหวะลักโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย 2 เครื่อง มูลค่า 55,000 บาทแล้ว หลบหนีไป

