เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน ยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาครั้งแรก นายสราวุฒิ จันทร์ชมภู อายุ 23 ปี สัญชาติไทย ชาวกรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหา คดีมั่วสุมก่อความวุ่นวาย โดยเป็นการฝากขังทางไกลผ่านระบบจอภาพ คำร้องฝากขังระบุว่า เมื่อ 23 ส.ค.2564 เวลาประมาณ 21.15 น. ตำรวจจับกุมนายสราวุฒิ ผู้ต้องหาในคดีนี้และนายบรรพต อินทร์สำราญ ( แยกดำเนินคดีอีกส่วนหนึ่งแล้ว )
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหลายคนมารวมตัวกันที่บริเวณถนนอโศกดินแดงไปจนถึงสามเหลี่ยมดินแดงจนไปถึงบริเวณแยกใต้ทางด่วนดินแดง ถ.วิภาวดี-รังสิต แขวงและเขตดินแดง กทม.ซึ่งตำรวจได้ประกาศให้เลิกการชุมนุม แต่ปรากฎว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมั่วสุมดังกล่าวไม่เลิก ตำรวจควบคุมฝูงชนจึงได้เข้าควบคุมสถานการณ์และรักษาความสงบในพื้นที่ โดยในระหว่างที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าปฏิบัติการเพื่อควบคุมพื้นที่รักษาความสงบและจับกุมผู้กระทำความผิดอยู่นั้น ปรากฏว่ายังมีกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าฝืนคำสั่งและขัดขืนการจับกุม โดยวิ่งหลบหนีและพยายามสะบัดตัวไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจับกุมได้ ซึ่งในเวลาต่อมาตำรวจสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้โด้ โดยพบนายสราวุฒิ จันทร์ชมภู ผู้ต้องหา และนายบรรพต อินทร์สำราญ ซึ่งเป็นผู้ร่วมชุมนุมมั่วสุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยนายสราวุฒิ ผู้ต้องหาและนายบรรพต ถูกจับกุมตัวได้ในขณะขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นพบของกลาง ระเบิดปิงปองหลากสี จำนวน 26 ลูก ( ตรวจยึดได้จากกระเป๋าเป้สีดำที่นายสราวุฒิ ผู้ต้องหาสะพายอยู่ ),กัญชา จำนวน 3 ถุง ขนาดเล็ก น้ำหนักกัญชารวมถุง 3.81 กรัม,ลูกแก้ว จำนวน 30 ลูก,กระเป๋าเป้ สีเทา – ดำ จำนวน 1 ใบ และตรวจยึดของกลางรายการอื่น ๆ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่นคลิ๊ก ทะเบียน 3 ขด 7408 กทม.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่นคลิ๊ก ทะเบียน 1กฉ 3802 กทม.,โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่น A 30 สีดำ จำนวน 3 เครื่อง
โดยแจ้งข้อหาว่า” ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คนในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดและร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้ร่วมกระทำผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ , เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่ให้เลิก แต่ผู้นั้นไม่เลิกและฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร (ฉบับที่ 13 ) ออกนอกเคหสถานในเวลาห้าม ( 21.00 – 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น) โดยผิดกฎหมายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.ดินแดง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาเพิ่มว่ากระทำความผิดฐาน ” มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังระบุว่า ได้ทำการสอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหามาโดยตลอด จะครบกำหนดควบคุมตัว 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังเสร็จจะต้องสอบสวนพยานอีก 5 ปาก , รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง , รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจาก
กองทะเบียนประวัติอาชญากรมาประกอบสำนวนการสอบสวน จึงขออนุญาตฝากขังผู้ต้องหาไว้ในระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.-4 ก.ย. 2564 และขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับผู้ต้องหามีพฤติการณ์กระทำผิดโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย นอกจากนี้ยังมาร่วมกิจกรรมการชุมนุมทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวมอาจทำให้เกิดการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019ในวงกว้างซึ่งทำให้เกิดความเสียหายหลายอย่างและมีการทำร้ายร่างกายตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยใช้เงินสดเป็นหลักทรัพย์ พร้อมยินยอมขอติดกำไล EM
ศาลตีราคาประกัน 34,000 บาท และให้ติดกำไล EM พร้อมกำหนดช่วงเวลาห้ามออกนอกจากเคหสถาน และห้าม ผู้ต้องหาทำการลักษณะเดียวกันก้บที่ถูกกล่าวหา หรือเข้าร่วม ยุยง ส่งเสริม ในกิจกรรมหรือการชุมนุมที่อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองอีก หาก ผตห.ผิดเงื่อนไขจะเพิกถอนการอนุญาตปล่อยชั่วคราว

