สมาคมทนายความออกเเถลง ประณามรัฐใช้ความรุนเเรงสลายการชุมนุม

24.08.21 | 18:27 น.

สมาคมทนายความออกเเถลง ประณามรัฐใช้ความรุนเเรงสลายการชุมนุมทำลายความเป็นปชต.ในประเทศพังทลาย ต้องรับผิดทางอาญา–แพ่งจากการกระทำที่เกินกว่าเหตุ จนเกิดความสูญเสียชีวิตทรัพย์สิน


เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยออกเเถลงการณ์ สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ความว่า สืบเนื่องจาก การสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งการใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง รถฉีดน้ำแรงดันสูง รวมทั้งการที่มีข่าวเผยแพร่ออกมาว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงออกมาจากสถานีตำรวจไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นการที่รัฐใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมอันเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ นั้น

การชุมนุมสาธารณะของประชาชนถือเป็นมาตรการสุดท้ายที่ประชาชนนำมาใช้เพื่อการต่อสู้เรียกร้องความรู้สึกไม่เป็นธรรมต่ออำนาจรัฐ ดังนั้นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธจึงเป็นสิทธิและเสรีภาพที่ได้รับการรับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560 มาตรา 44 ที่ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่ขณะเดียวกันตามวรรคสองของมาตราดังกล่าวก็ให้ความคุ้มครองไว้ซึ่งสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นมิให้ต้องถูกรบกวนด้วยเช่นกัน ฉะนั้นการชุมนุมของประชาชนจึงเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้อันมิอาจถูกปิดกั้น อีกทั้งรัฐเองยังต้องมีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองการชุมนุมที่เป็นไปโดยสงบดังกล่าวด้วย

สำหรับประเด็นที่ถกเถียงกันในการเข้าสลายหรือยุติการชุมนุมของประชาชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐคงต้องคำนึงว่า มาตรการใดๆที่รัฐนำใช้ในการบังคับกับเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนเป็นไปโดยสมควรแก่เหตุและสอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วนหรือไม่ มีมาตราการในการบังคับใช้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน “จากเบาไปหาหนัก” หรือไม่ แต่มีข้อห่วงใยของผู้คนในสังคมมากมายต่อประเด็นเรื่องความเหมาะสมของ“การใช้กำลัง” กับ “การใช้อาวุธ” กล่าวคือ ถึงแม้ว่าการชุมนุมดังกล่าวจะดำเนินการไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อไม่ก่อให้เกิดเหตุความรุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐพึงต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าด้วยการใช้กำลัง หากแม้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็พึงใช้กำลังเท่าที่จำเป็นเท่านั้นโดยปัจจุบันมีกฎหมายหลายฉบับที่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการนำมาใช้ในการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พุทธศักราช 2558 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พุทธศักราช 2558 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช 2548 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พุทธศักราช 2551 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช 2522 และพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พุทธศักราช 2535 เป็นต้น ส่วนการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่รัฐต้องเป็นไปเพื่อป้องกันชีวิตป้องกันการกระทำความผิดร้ายแรงในเหตุที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้โดยไม่มีมาตรการอื่นใดที่สามารถกระทำการได้แล้วเท่านั้น

Advertisement

ฉะนั้น หากแต่การสลายการชุมนุมด้วยความจงใจใช้ความรุนแรงโดยเกินความจำเป็น จากรัฐนอกเหนือขอบเขตอำนาจที่จะกระทำได้นอกจากจะส่งผลต่อความตึงเครียด ระดับความรุนแรงที่มิอาจคาดหมายได้ของสถานการณ์ ในการชุมนุมแล้วยังเป็นการทำลายความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทยให้พังทลายในทางอ้อมอีกด้วย

นอกเหนือจากนั้น ผลจากการกระทำที่เกินกว่าเหตุ จนทำให้เกิดการบาดเจ็บและการตายของผู้เข้าร่วมชุมนุมแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้สั่งการ ผู้กระทำ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้ความรุงแรงเกินกว่าเหตุในครั้งนี้ จะต้องรับผิดในผลทางคดีอาญารวมถึงความเสียหายในทางแพ่งที่เกี่ยวกับชีวิตร่างกาย ตลอดจนทรัพย์สินของผู้เข้าร่วมชุมนุมและประชาชนทั่วไป ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำครั้งนี้ด้วย