เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 26 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหากระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย หลังร่วมกับพวกใช้ถุงดำคลุมศีรษะนายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด จนเสียชีวิตภายในห้องสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ว่าพฤติการณ์ทางคดีมีความชัดเจนตั้งแต่ที่พลเมืองดีส่งคลิปมา ก็พิสูจน์ทราบได้อยู่แล้วว่าใครเป็นใคร ซึ่งในส่วนตำรวจที่ถูกจับกุมก็ให้ความร่วมมือให้การเป็นอย่างดี ทั้งนี้ตนสอบสวนที่มาที่ไปว่าทำไมผู้ตายถึงไปอยู่ที่โรงพัก แต่เปิดเผยไม่ได้ ทั้งนี้วันเกิดเหตุไม่พบว่ามีการจับกุมยาเสพติด 1 แสนเม็ด ไม่มีการลงบันทึกประจำวัน แต่มีการทำคดีชันสูตรตั้งแต่เริ่มแรก ส่วนใครเป็นคนปล่อยคลิปยังไม่สามารถพูดได้
พล.ต.อ.สุชาติกล่าวอีกว่า ขณะนี้ตำรวจยังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานหามูลเหตุการกระทำผิดว่ามาจากการรีดเงินหรือว่าพยายามหายาเสพติด เพราะต้องสอบปากคำตำรวจที่ตกเป็นผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ก่อน แต่พฤติการณ์เหมือนจะพยายามหายาเสพติด ส่วนเรื่องการรีดเงินมันเป็นเพียงข้อมูลที่สื่อรับฟังมาจากผู้ที่ส่งข้อมูลมาให้ ทั้งนี้จากการสอบปากคำภรรยาผู้ตาย ให้การยืนยันว่าในวันเกิดเหตุไม่ได้นำยาเสพติดมาด้วย ส่วนวันดังกล่าวมาพบตำรวจได้อย่างไร มีการสอบปากคำไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ จากการตรวจสอบประวัติผู้ตายย้อนหลัง พบว่าเคยถูกจับกุมข้อหาครอบครองยาเสพติด นานมาแล้ว สำหรับตำรวจอีก 2 นาย ที่ยังหลบหนี ตำรวจมีข้อมูลอยู่แล้ว ส่วนจะหลบหนีไปต่างประเทศหรือไม่ ยังบอกไม่ได้ แต่ยืนยันว่าจะอยู่ที่ไหนก็ต้องจับ ผบ.ตร. บอกแล้วว่า ยังไงก็ต้องจับมาให้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องจับตายหรือไม่ พล.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า เขาไม่ได้ต่อสู้อะไร เมื่อถามต่อว่า อยากส่งสัญญาณอะไรถึง ผกก.โจ้ หรือไม่ พล.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า ไม่ฝากแล้ว
ด้าน พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการทางวินัย พ.ต.อ.ธิติสรรค์ กับพวกรวม 7 คน ว่าทั้ง 7 นาย สืบเนื่องจากมีความผิดทางอาญา ถูกแจ้งความดำเนินคดีจึงดำเนินการได้ไว โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อนและจะถูกพิจารณาความผิดทางวินัยร้ายแรง ส่วนกรณีตำรวจที่กระทำผิดมีจำนวน 13 นาย ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เคยระบุ เอาไว้ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.วิสนุกล่าวว่า อีก 6 นายที่เหลือ อยู่ระหว่างพิจารณาตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพิ่มเติม ก่อนจะดำเนินการทางวินัย ซึ่งอาจจะมีน้อยกว่าหรือมากกว่านี้ก็ได้ ยืนยันจะว่าไปตามข้อเท็จจริงพร้อมยอมรับการดำเนินการอาจจะไม่รวดเร็วทันใจต่อกระแสสังคม แต่ยืนยันจะไม่มีการปกป้องคนทำผิด หากพบใครเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาควบคู่กันไป

