ลุ้น ศบค.ขยับเคอร์ฟิว 22.00-04.00 น. สธ.ชงสูตร ‘โควิดฟรี’ เปิดห้าง-นั่งกินในร้าน 50% ถึง 2 ทุ่ม ‘ร้านเสริมสวย-นวดฝ่าเท้า’ วันนี้รอเฮ ด้าน กต.ดีลวัคซีนรีเซลจากยุโรป
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า สธ.จะเสนอ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)ให้กิจการบางอย่างที่มีความสำคัญ มีความเสี่ยงน้อย สามารถใช้มาตรการกำกับเพื่อลดความเสี่ยงได้ อนุญาตให้ดำเนินกิจการได้ เช่น ร้านอาหาร กีฬากลางแจ้ง ห้างสรรพสินค้า และการเดินทาง
คือ 1.Universal Prevention for COVID-19 หรือการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล คือ การป้องกันส่วนบุคคลสูงสุดตลอดเวลา ทั้งบุคลากรการแพทย์และประชาชนทั่วไป พบว่า เมื่อเราออกไปสู่ภายนอกกับคนไม่รู้จัก เราจะระมัดระวัง แต่กับคนรู้จักไม่ค่อยระวัง ที่ผ่านมาพบว่าการติดเชื้อมาจากคนใกล้ชิด จากที่ทำงาน เพื่อน ครอบครัว ทุกคนต้องมีจิตสำนึกว่าคนรอบตัวเรามีโอกาสแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ หากมีความเสี่ยงก็ให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เช่น ชุดตรวจ ATK
2.มาตรการที่จะเสนอในสถานประกอบการ สธ.ยกระดับให้กิจการดำเนินการได้ เรียกว่า COVID Free Program ร่วมกับ Universal Prevention จะนำไปใช้กับสถานประกอบการ หรือสถานที่ต่างๆ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.ส่วนสถานประกอบการ ต้องจัดระยะห่าง มีระบบระบายอากาศ ไม่ให้อากาศนิ่ง ที่เป็นห้องปรับอากาศ
และ 2.ส่วนบุคคล ผู้ให้บริการ ต้องเป็นโควิดฟรี (COVID Free) คือ 1.ต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 2.เคยติดเชื้อและพ้นระยะการแพร่เชื้อ คือ หลังติดเชื้อมาแล้วประมาณ 1 เดือน ไม่เกิน 3 เดือน ถือว่ามีภูมิคุ้มกันยังสูง หรือ 3.ถ้าไม่ได้ฉีดวัคซีนและไม่เคยติดเชื้อต้องมีผลการตรวจหาโควิด-19 ด้วยอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) หรือ ATK เป็นลบ ผู้ที่ความเสี่ยงมากให้ตรวจทุก 3 วัน หากเสี่ยงน้อยทุก 7 วัน หากทำได้ ก็ให้บริการได้ ก็ประกาศได้ว่า ผู้ให้บริการทุกคนเป็นโควิดฟรี
นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ช่วยจัดหาเพิ่มเติม เจรจากับประเทศทางยุโรป เป็นการรีเซล (Re-sale) คือ การขายต่อมา เนื่องจากประเทศต้นทางมีวัคซีนจำนวนมากเกินกว่าที่จะใช้ในช่วงนั้น ก็จะจำหน่ายให้ไทย ประกอบด้วย วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าและวัคซีนไฟเซอร์ ทั้ง 2 ชนิด จะสามารถจำหน่ายให้เราได้ เดือนละ 2-3 ล้านโดส เป็นระยะเวลา 4 เดือน
รายงานข่าวจากว่า ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.ศบค.) หรือ ศบค.ชุดเล็ก แจ้งว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม โดยจะผ่อนปรนให้ร้านอาหารนั่งรับประทานอาหารในร้านได้ รวมทั้งลดระยะเวลาเคอร์ฟิว หรือห้ามออกนอกเคหสถานในยามวิกาล 1 ชั่วโมง ในส่วนของการผ่อนปรนร้านอาหารให้นั่งรับประทานในร้านได้นั้น จะมี 2 ส่วนคือ
1.ร้านอาหารที่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือเปิดแอร์ อนุญาตนั่งรับประทานในร้านได้คิดเป็น 50% ของจำนวนที่นั่งในร้าน 2.ร้านอาหารที่ไม่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือไม่เปิดแอร์ ให้นั่งได้ 75 % ของจำนวนที่นั่งในร้าน ต้องอยู่ภายใต้มาตรการสาธารณสุขเข้มงวด อาทิ พนักงานสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ห้ามตะโกนสั่งอาหาร ห้ามรวมกลุ่ม ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์
ส่วนการลดเวลาเคอร์ฟิว ยังห้ามประชาชนในพื้นที่สีแดงเข้มออกนอกเคหสถาน แต่ ศบค.ชุดเล็กหารือและลงมติให้ลดเวลาลงจากเดิม 1 ชั่วโมง เหลือเวลา 22.00-04.00 น. จากเดิม 21.00-04.00 น. นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่จะเสนอเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธานการประชุมในวันที่ 27 สิงหาคม เพื่อลงมติว่าจะเห็นชอบตาม ศบค.ชุดเล็กหรือไม่ แล้วจะเริ่มบังคับใช้เมื่อไรในส่วนของร้านเสริมสวย ร้านนวด สถานเสริมความงามนั้น ผ่อนคลายให้เปิดบริการได้ ยกเว้นร้านนวดที่เปิดได้เฉพาะนวดเท้า
ห้างตื่นตัวรับคลายล็อกเปิด’ช้อปปิ้ง-นั่งกินในร้าน’
นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง ศบค.เตรียมคลายล็อกมาตรการโดยอนุญาตให้ดำเนินกิจการได้ เช่น ร้านอาหารให้นั่งกินในร้าน เปิดห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พร้อมยกระดับสะอาดมั่นใจคูณ 2 ทั้งมาตรฐานเข้มข้นของการคัดกรองพนักงาน ความสะอาดของการเตรียมอาหารถูกสุขอนามัยทุกขั้นตอน แนวทางจัดการโซเชียล ดิสแทนซิ่ง ในร้านอาหาร พร้อมช่วยเหลือทุกร้านค้ากระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางและบริการใหม่ๆ ผ่านระบบออนไลน์และดิลิเวอรี
ขณะที่นางนพกาญจน์ เหลืองอมรเลิศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและการขาย บริษัท สยามพาร์ค บางกอก จำกัด ผู้บริหารสวนน้ำสวนสนุก สยามอะเมซิ่งพาร์ค หรือชื่อเดิมสวนสยาม เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ประกอบการสวนน้ำสวนสนุกคาดหวังว่าจะได้รับการคลายล็อกเร็วๆ นี้
คาดหวังอย่างช้าสุดน่าจะต้นเดือนตุลาคมนี้ หลังจากรัฐบาลผ่อนปรนร้านอาหาร ห้าง ค้าปลีก และอีกหลายธุรกิจบริการทยอยเปิดต้นกันยายนนี้ จะติดตามมาตรการและผลว่ามีมาตรการอะไรต้องเข้มงวดขึ้น เงื่อนไขขอบเขตการปฏิบัติต้องเป็นอย่างไร ช่วงเวลาให้บริการ การเว้นระยะห่างมากขึ้น หรือข้อห้ามต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงก่อนเปิดบริการ
‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ลุ้นเปิดต.ค.
ส่วน นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลผ่อนคลายเปิดธุรกิจเป็นระยะ หากปลดล็อกให้ร้านอาหารในห้างและสตรีทฟู้ดเปิดได้ ก็ควรให้ภัตตาคารหรือห้องอาหารในโรงแรมเปิดได้เช่นกัน รวมถึงปลดล็อกการใช้ห้องประชุมและสระว่ายน้ำ แบบจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการต่อครั้ง เพราะรองรับความต้องการในการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ผลสำรวจการค้นหาแหล่งที่พักหรือโรงแรมจากเว็บไซต์กูเกิล พบว่ามีต่างชาติค้นหาที่พักในไทยกว่า 63% และคนไทย 37%
สะท้อนความต้องการมีอยู่ แต่ติดข้อจำกัดการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะสระว่ายน้ำ ห้องอาหารและห้องประชุม ทำให้ความน่าสนใจหรือแรงดึงดูดลดลง หากปลดล็อกข้อจำกัด นักท่องเที่ยวรายได้ระดับกลางขึ้นไป กลุ่มคนไทยเที่ยวนอกกว่า 12 ล้านคน กลุ่มนี้ยินดีใช้จ่ายและนิยมเดินทางส่วนตัว ไม่ต้องกังวลต่อความเสี่ยงการระบาดจะยังไม่สูง เพราะคนเดินทางน้อยกว่าปกติมาก
“อยากให้รัฐเร่งช่วยเหลือลดต้นทุนคงที่ ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำ เงินเดือนพนักงาน เพื่อรักษาการจ้างงาน อยากให้รัฐเร่งช่วยมากที่สุด เป็นข้อเรียกร้องเดิม เหมือนเปิดแผ่นเสียงตกร่องนานนับปี แต่เสียงดังไม่พอ ความช่วยเหลือยังไม่มีลงมาสักที รวมทั้งอยากให้รัฐบาลกำหนดมาตรการหรือข้อปฏิบัติชัดเจน หากเปิดได้ ต้องทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะการตรวจเอทีเค ยังไม่ชัดเจนด้านราคาชุดตรวจ เป็นค่าใช้จ่ายเป็นต้นทุนเพิ่มผู้ประกอบการต้องแบกรับซ้ำซ้อนอีก หากช่วยสนับสนุนงบหรือแจก จะช่วยเหลือดีมาก ผู้ประกอบการขนาดใหญ่แทบยืนไม่ไหว ไม่ต้องถามถึงขนาดเล็กจะวิกฤตเท่าใด”

