ทนายเดชาแจ้งความเอาผิดทนายษิทรา หมิ่นประมาท-พ.ร.บ.คอมพ์ อ้างถูกกล่าวหาตบทรัพย์ อดีตผกก.โจ้

27.08.21 | 12:57 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หลังถูกกล่าวหาว่านำคลิปเหตุการณ์ที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมพวกรวม 7 คน ก่อเหตุใช้ถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหายาเสพติดจนเสียชีวิตใน สภ.เมืองนครสวรรค์ ไปตบทรัพย์จำนวน 20 ล้านบาท จาก พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เพื่อไม่ให้เผยแพร่คลิปและดำเนินการจากเหตุการณ์ดังกล่าว


ทนายเดชา เปิดเผยว่า เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับทนายษิทรา ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และ พ.ร.บ.คอมพ์ หลังจากมีการโพสต์ข้อความและให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ กล่าวหาว่าตนไปตบทรัพย์กับอดีต ผกก.โจ้และพวก ที่อ้างว่าตนเองได้รับคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปต่อรองกับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งตนยอมรับว่าได้รับคลิปมาจริง จากตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ก่อนหน้าทนายษิทราประมาณ 15 นาที แต่ที่ไม่นำเสนอ เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เกรงว่าจะเสียรูปคดี แต่หลังจากที่ อดีต ผกก.โจ้ ให้ปากคำ ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ได้มีการเรียกทรัพย์แต่อย่างใด จึงขอท้าทนายษิทรา ว่าหากมีหลักฐานยืนยันว่าตบทรัพย์จริง ให้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีทันที หากไม่เข้ามาแจ้งความ ก็เหมือนเป็นหมาตัวหนึ่ง ที่เอาแต่เห่าไปทั่ว ซึ่งก่อนหน้านี้ตนและทนายษิทรา เป็นคู่กรณีกันมาก่อน

ทนายเดชา กล่าวอีกว่า นำหลักฐานการโพสต์ของทนายษิทรา พร้อมกับการสัมภาษณ์ผ่านรายการต่างๆ มายื่นต่อพนักงานสอบสวน ส่วนที่มากระแสว่าตนร้อนตัวไปเองนั้น มองว่ามันชัดเจนอยู่แล้ว แม้ว่าทนายษิทรา ปกปิดชื่อแล้วโพสต์ลง แต่ข้อความที่ส่งให้กับผู้สื่อข่าว และกลุ่มทนายนั้น ปรากฏชัดเจนว่าเป็นชื่อเพจทนายคลายทุกข์ ซึ่งหลังจากนี้จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่สภาทนายความ เพื่อให้ตรวจสอบมรรยาททนายความของทนายษิทรา และทนายชื่อดังอีก 2 คน ทั้งนี้เรื่องคำให้การของ อดีต  ผกก.โจ้ เมื่อคืนนั้น ส่วนตัวมองว่าน่าจะมีทนายความให้คำปรึกษามาเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นไปตามการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา ซึ่งอดีต ผกก.โจ้ ชี้แจงว่าทำตามหน้าที่ ไม่ได้รีดทรัพย์ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด ไม่ได้ตั้งใจทำให้ผู้ต้องหาเสียชีวิต พร้อมนำส่งที่โรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ ซึ่งมองว่าจะส่งผลต่อรูปคดีอย่างมาก เพราะคำให้การ และคำชี้แจงต่อสื่อมวลชน สวนทางกับข้อมูลของผู้ร้องเรียนที่ส่งคลิปหลักฐานมาให้ครั้งแรก

 

Advertisement