ศบค.แถลง กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ยังคงมาตรการเคอร์ฟิวเช่นเดิม ตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น. ต่อเนื่องเป็นเวลา 14 วัน นั่งกินร้านอาหารเปิดโล่ง 75% ห้องแอร์ 50% ร้านตัดผม ได้ไม่เกิน 1 ชม.ลดความแออัด
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงผลการประชุม ศบค.ว่า จากการรายงานสถานการณ์ติดเชื้อและยอดผู้เสียชีวิตในวงกว้าง ชุมชน แคมป์ก่อสร้าง ที่พักที่ยังอยู่กันแออัดมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ศบค. ยังพิจารณาว่า มี 29 จังหวัด กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อให้การควบคุมการระบาดต่อเนื่องยังได้ผล โดยจะยังมีมาตรการทางสังคม เวิร์ก ฟรอม โฮม และเคอร์ฟิว ยังให้คงอยู่เช่นเดิม โดยตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 เป็นระยะเวลา 14 วัน

พญ.อภิสมัย กล่าวต่อว่า ในแง่ของการ จัดพื้นที่เสี่ยง ในจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด (พื้นที่สีแดงเข้ม)คือ ดังนี้ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง นั้น ยังไม่มีการปรับสี และยังคงมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด ห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว ตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น และมาตรการการปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัยหรือ Work From Home ต่อไปอย่างน้อย 14 วัน
นอกจากนี้ มีการยกระดับมาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล หรือการป้องกันโรคแบบครอบจักรวาล หรือ Universal Prevention for COVID-19 เป็นการระมัดระวังตนเองขั้นสูงสุดตลอดเวลาของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ บุคลทั่วไปให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19 แม้แต่บุคคลใกล้ชิด ออกจากบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้น เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ซึ่งจะเห็นว่าประชาชนมีความระมัดระวังมากขึ้น
ส่วนมาตรการองค์กร เพื่อลดผู้ป่วยอาการหนักและเสียชีวิต ใช้มาตรการ covid-free settling ทำให้องค์กรเป็นสถานที่ปลอดโควิด จัดสิ่งแวดล้อมให้มีการระบาดอากาศ เว้นระยะห่าง และเร่งรัดการฉีดวัคซีน ให้ครบ 2 เข็ม โดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านตัดผม ร้านนวด บุคคลกลุ่มเสี่ยง กลุ่ม 608 กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข การขนส่งสาธารณะ การบริการ ประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด เร่งรัดการสร้างโอกาสในการเข้าถึงชุดตรวจ ATK ซึ่งมีการดำเนินการแล้วในต่างประเทศ เช่นบางสถานประกอบการมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้พนักงานในทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อเป็นการยืนยันว่าสถานประกอบการปลอดจากการติดเชื้อ ส่วนลูกค้าจะมีการฉีดวัคซีนรวมถึงมีการตรวจหาเชื้อก่อนเข้ารับบริการ เพื่อให้มีการเปิดกิจการ กิจกรรมได้มากขึ้น
โดยที่ประชุมมีมติให้เริ่มมาตรการดังกล่าวในวันที่ 1 กันยายน ในพื้นที่นำร่อง เฉพาะสถานประกอบการที่มีความพร้อม โดยความเห็นชอบของ ศบค. จังหวัด ทั้งนี้ มติดังกล่าวไม่ได้มีผลบังคับใช้กับทุกสถานประกอบการ ส่วนการส่งต่อผู้ป่วย ทำได้ดีขึ้น สอดคล้องกับสถานการณ์ติดเชื้อในปัจจุบัน

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเปิดกิจการ/กิจกรรม สำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด
1.การเดินทางข้ามจังหวัดจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ดังนี้
ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเดินทาง หรือเดินทางเมื่อมีเหตุจำเป็นเท่านั้น สื่อสารให้ผู้ที่มีประวัติเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือผู้ติดเชื้อให้เดินทางตามโครงการรับคนกลับบ้าน/รับผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างและหลังการเดินทาง ระบบขนส่งสาธารณะจำกัดจำนวนผู้โดยสาร ไม่เกิน 75% โดยทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ห้ามรับประทานอาหาร
ส่วนมาตรการสำหรับรถโดยสาร หรือรถตู้ ระยะทางไกลควรแวะพักทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อระบายอากาศ การเดินทางไปทำงานของแรงงาน ให้ใช้ระบบ seal route ตามมาตรการ bubble and Seal โดยผู้ประกอบการ กระทรวงแรงงาน และสำนักงานการบินพลเรือน จะเป็นผู้การกำกับติดตามมาตรการเหล่านี้
2.ประเภทร้านอาหาร ร้านอาหารที่อยู่นอกอาคาร หรือในอาคารแต่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ โล่ง อากาศถ่ายเทดี ให้นั่งรับประทานได้ 75 % ร้านอาหารที่เป็นห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ให้นั่งรับประทานได้ 50 % โดยผู้ประกอบการต้องดำเนินตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด การกำกับติดตามมาตรการ โดยผู้ประกอบการ สมาคมภัตตาคารไทย และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร
3.การปรับมาตรการสำหรับกิจการห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ จำแนกดังนี้ กิจการ/กิจกรรมสามารถเปิดดำเนินการได้ทุกแผนก ภายใต้มาตรการฯ ยกเว้น กิจการ/กิจกรรม ดังต่อไปนี้
-กลุ่มที่ 1 กิจการ/กิจกรรมที่เปิดได้แบบมีเงื่อนไข ได้แก่ ร้านเสริมสวย ร้านตัดผมหรือแต่งผม เปิดได้เฉพาะตัดผมเท่านั้น ไม่เกิน 1 ชั่วโมง อาจมีการนัดหมายล่วงหน้าเพื่อลดความแออัด ร้านนวด เปิดได้เฉพาะนวดเท้า คลินิกเสริมความงาม เปิดจำหน่ายสินค้าเท่านั้น (อาจมีการนัดหมายล่วงหน้า เมื่อมีความพร้อม) ร้านอาหาร เปิดได้ตามเงื่อนไขของมาตรการร้านอาหารมีเครื่องปรับอากาศ
-กลุ่มที่ 2 กิจการ/กิจกรรมที่ยังไม่เปิดบริการ ได้แก่ สถาบันกวดวิชา โรงภาพยนตร์ สปา สวนสนุก สวนน้ำ ฟิตเนส ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ และห้องจัดประชุม/จัดเลื้ยง โดยผู้ประกอบการต้องดำเนินตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ส่วนการกำกับติดตามมาตรการ โดยสภาหอการค้าไทย และ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร และสามารถเปิดถึง เวลา 20.00
4. การเปิดกิจการ/กิจกรรมบางประเภท ได้แก่ ร้านเสริมสวย ร้านนวด เฉพาะนวดเท้า ผู้ประกอบการต้องดำเนินตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด การกำกับติดตามมาตรการ โดยผู้ประกอบการ และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร 5.การใช้อาคารของสถานศึกษา สามารถใช้อาคารของสถานศึกษาได้ โดยผ่านความเห็นชอบของผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในพื้นที่ ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด /กรุงเทพมหานคร และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ศธ. อว. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนด” พญ.อภิสมัย กล่าว


