สาวต่อ ‘อดีต ผกก.โจ้-พวก’ เส้นทางเงิน-รวยผิดปกติหรือไม่ ส่งเข้าเรือนจำพิษณุโลก เกรงเจอโจทก์เก่า

สาวต่อ ‘อดีต ผกก.โจ้-พวก’ เส้นทางเงิน-รวยผิดปกติหรือไม่ ส่งเข้าเรือนจำพิษณุโลก เกรงเจอโจทก์เก่า

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ติดตามความคืบหน้าคดีที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือโจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ และลูกน้องรวม 7 คน ใช้ถุงคลุมหัวผู้ต้องหาค้ายาเสพติดจนเสียชีวิต หลังศาลจังหวัดนครสวรรค์ให้ฝากขัง แต่ต้องนำตัวไปที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก เกรงว่าอาจจะไปเจอโจทก์เก่าในเรือนจำจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นผู้ต้องขังจากการจับกุมของอดีต ผกก.โจ้และลูกน้อง

วันที่ 27 สิงหาคม พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ กล่าวว่า จะสอบสวบสวนครบทุกประเด็นทุกปาก เพราะผู้ต้องหาทุกคนกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระกัน จะสอบให้ครบทุกประเด็น โดยเฉพาะเส้นทางการเงินของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และพ่อแม่ของผู้ตาย แต่ว่าธนาคารยังมีปัญหาเรื่องโควิดอยู่ ต้องสอบทุกประเด็นโดยเฉพาะเรื่องเรียกรับเงินหรือไม่

ที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ยื่นคำร้องขอฝากขัง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และอื่นๆ โดยเป็นการฝากขังผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำนำตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ไปขังไว้ที่เรือนจำกลางพิษณุโลก เนื่องจากเรือนจำนครสวรรค์เป็นแดนเดียว เรือนจำเก่า เพราะหากเป็นเรือนจำสีแดง ช่วงโควิดต้องมีการกักตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ที่เรือนจำชั่วคราวซึ่งความมั่นคงแข็งแรงน้อย อีกทั้งกลุ่มผู้ต้องหาคดีดังกล่าว เป็นคดีอุกฉรรจ์ ทางผู้บัญชาการเรือนจำนครสวรรค์จึงขออนุญาตศาลให้นำตัวไปคุมขังยังเรือนจำกลางพิษณุโลก ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงมีแดนคุมข้างหลายแดน แยกเป็นแดนกักตัว ช่วงแรกทั้งหมดจะอยู่ร่วมแดนเดียวกัน แต่จะไม่ได้พบกัน

“เรือนจำกลางพิษณุโลกมีความมั่นคงสูงมากกว่าเรือนจำนครสวรรค์ เนื่องจากมีหลายแดน นอกจากนี้ผู้ต้องหาทั้ง 7 คนเคยเป็นตำรวจ ช่วงแรกจะกันไม่ให้เจอผู้ต้องขังทั่วไป เพราะเกรงจะไปเจอผู้ต้องขังที่เคยถูกจับกุม ทำให้ต้องแยกออกมา เพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องขัง” นายอายุตม์กล่าว

นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า กรณีที่ พ.ต.อ.ฐิติสรรค์มีทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้าน ทั้งบ้านและรถหรูมากมายนั้น ทางกรรมการ ป.ป.ช.มอบหมายให้สำนักตรวจทรัพย์สินไปประมวลข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นทันที ดูที่มาของทรัพย์สิน เพื่อดูว่าเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ โดย ป.ป.ช.จะเร่งดำเนินการ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon