‘ปิยะสกล’ แจงข้อเท็จจริงหลังปมกฏหมายยุงถูกเข้าใจคลาดเคลื่อน

19.09.16 | 23:00 น.

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข มีการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเร็นซ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 10 ประเทศอาเซียน วาระพิเศษเรื่องโรคติดเชื้อไวรัสซิกา โดย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข( สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ว่า แต่ละประเทศได้รายงานสถานการณ์ของโรคภายในประเทศของตน โดยพบว่าผู้ป่วยสะสมมากอันดับต้นๆ มีสิงคโปร์และประเทศไทย ซึ่งไทยมีการตรวจหาเชื้อไปแล้วกว่า 10,000 ราย มีค่าใช้จ่ายรายละ 2,000 บาทในการตรวจจากเลือดหรือปัสสาวะ ใช้งบประมาณรวม 20 ล้านบาท ทำให้พบผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 19 กันยายน 2559 จำนวน 314 ราย แต่อาการหายดีแล้ว เหลือเพียง 35 ราย ในกรุงเทพฯ 5 ราย อีก 30 รายอยู่ในต่างจังหวัด

นพ.ปิยะสกล กล่าวถึงกรณีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย จัดเป็นแหล่งรำคาญ ซึ่งประกาศใช้เมื่อปี 2545 ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และมีประชาชนรวมทั้งสื่อบางฉบับเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เรื่องนี้ก็อยากจะทำความเข้าใจว่า กฎหมายดังกล่าวมีมานานแล้ว เพียงแต่อยากเตือน และอยากบอกว่า การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายที่ดีที่สุด คือ ทุกคนในบ้านต้องช่วยกัน เพราะไม่มีใครเข้าไปดูแลบ้านแทนเราได้ หากควบคุมดัชนีลูกน้ำยุงลายได้จะป้องกันได้ถึง 3 โรคทั้งไข้เลือดออก ซิกา และไข้ปวดข้อยุงลาย และที่ออกประกาศมาก็ไม่ใช่ว่าจะไปจับกุมทุกคน กฎหมายนี้เป็นการป้องปราม และไม่ได้จับว่า บ้านใครมียุงต้องถูกจับ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะรู้ว่ายุงตัวนี้ของใคร แต่เราเน้นที่แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่เมื่อมียุงเกิดขึ้น คนในบ้านเองจะเสี่ยงมากที่สุด

“กฎหมายไม่ใช่ว่าจะไปจับกุม จับปรับทั้งหมด ทุกอย่างมีขั้นตอน และไม่ใช่ว่าจะเดินเข้าไปในบ้านได้เลย ยิ่งในหมู่บ้านจัดสรรยิ่งยาก จึงอยากฝากให้ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ช่วยกันคนละบ้าน ยุงลายก็ลดลง ลูกหลานเราก็ลดความเสี่ยงถูกยุงกัดด้วย และอย่ากังวล อย่ากลัวกฎหมาย ควรกลัวเป็นโรคจะดีกว่า” นพ.ปิยะสกล กล่าว