‘ศรีสุวรรณ’ จี้ ‘ปปง.’ สอบ ‘อดีต ผกก.โจ้’ ส่อฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ถนนพญาไท นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ปปง.เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีอันเกี่ยวกับความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และอื่นๆ ที่เป็นความผิดมูลฐานอาจเข้าข่ายการฟอกเงินของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งได้ร่วมกับตำรวจด้วยกันก่อเหตุทรมานผู้ต้องหาจนเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำแล้วนั้น
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นมีการตรวจสอบทรัพย์สินของนายตำรวจดังกล่าวแล้วปรากฏว่า ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านของผู้กำกับโจ้ ภายในหมู่บ้านปัญญาอินทรา P1 ถนนปัญญาอินทรา เขตคลองสามวา พบว่าเป็นบ้านพักขนาดใหญ่ 2 หลัง ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ มีสระว่ายน้ำหรู เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจของสังคมว่าเป็นข้าราชการที่มีอัตราเงินเดือนเพียง 43,330 บาท จะมีบ้านดั่งคฤหาสน์ราคาแพงในหมู่บ้านคนรวยได้อย่างไร อีกทั้งยังพบว่ามีรถหรูราคาแพงอีกกว่า 29 คัน มูลค่ารวมกันนับร้อยล้าน ซึ่งรถบางคัน อาทิ ลัมโบร์กีนี ยังอยู่ในสำนวนคดีรถหรูเลี่ยงภาษี ซึ่งสำแดงใบภาษีนำเข้า (อินวอยซ์) ในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้รัฐเสียหายรวมกว่า 31 ล้านด้วย
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ยังพบข้อพิรุธจากคำแถลงของอธิบดีกรมศุลกากรที่ได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ปี 2554-2560 พ.ต.อ.ธิติสรรค์เป็นเจ้าของสำนวนคดีนำจับรถ 368 คัน อันอาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบหนีศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และการรับสินบนนำจับ ซึ่งเป็นข้อพิรุธเป็นอย่างมาก เนื่องจากรถยนต์ที่อยู่ในครอบครองของนายตำรวจดังกล่าวนั้นมาจากกระบวนการหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งผิดกฎหมายศุลกากร กฎหมายสรรพสามิต และประมวลกฎหมายอาญา
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า แม้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์จะเป็นผู้ประมูลมาได้ก็ตาม เพราะรถเหล่านั้นเป็นรถที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์เป็นผู้จับกุมหรืออยู่ในชุดจับกุมด้วย และยังเป็นผู้ที่ได้รับเงินค่าส่วนแบ่งสินบนนำจับอีกด้วย จึงเชื่อได้ว่าอาจเป็นการสมรู้ร่วมคิดกันในการนำรถที่ผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศโดยไม่ผ่านวิธีการศุลกากร แล้วแสร้งไปจับกุมส่งกรมศุลกากร เพื่อรอประมูลออกมาในราคาถูก และยังได้ส่วนแบ่งสินบนนำจับอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเล่ห์ฉลของการใช้อำนาจหรือการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ส่อไปในทางที่ทุจริตและผิดกฎหมายของ ปปง.โดยชัดแจ้ง
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดมูลฐานตาม พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม.3 (5) (6) (7) หรือ (17) เป็นต้น สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปยื่นร้องเรียนต่อ ปปง.เพื่อให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด

