อดีตผกก.โจ้ โต้ผลชันสูตร ปมขาดอากาศหายใจตาย ยันอัพเดตอาการตลอดเสียชีวิตจากเหตุอื่น

31.08.21 | 21:07 น.

รายงานข่าวเมื่อวันที่31 สิงหาคม เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงของสำนักงานจเรตำรวจ เดินทางไปที่เรือนจำกลางจังหวัดพิษณุโลก เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาทางวินัยร้ายแรงกับพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผกก.โจ้ พร้อมพวกรวม 7 คน ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติพ.ศ.2547 โดยทั้ง 7 คนให้การปฎิเสธนั้น


ข่าวแจ้งว่า สำหรับการเข้าแจ้งข้อกล่าวหากับ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เมื่อวันที่30 สิงหาคม ที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด ผกก.โจ้ กับพวกทั้ง 7 ถูกนำตัวเข้ามาครั้งละ 1 คน เพื่อให้คณะกรรมการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำ ซึ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาผกก.โจ้ กับพวกทั้ง 7 คน ว่า ร่วมกันทําร้ายร่างกายนายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด เพื่อเรียกรับเงิน 2 ล้านบาท จนเป็นเหตุให้ เสียชีวิต และอ้างเหตุว่าผู้ต้องหาเสพยาเสพติดเกินขนาดและต่อมาถูกดําเนินคดี        

ทั้งนี้ผกก.โจ้ ให้การปฎิเสธ โดยอ้างว่านายจีรศักดิ์ไม่ได้เสียชีวิตที่ห้องปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองนครสวรรค์ เพราะให้การช่วยเหลือโดยตลอด แต่รับว่าได้เอาถุงคลุมหัวนายจิรศักดิ์จริง แต่ไม่มีเจตนาฆ่า เพียงแต่ต้องการให้นายจีรศักดิ์บอกข้อมูลเรื่องยาเสพติด และเมื่อพบผู้ต้องหาหายใจไม่ออกและหมดสติไป จึงคลายถุงออกและให้ลูกน้องที่จบหลักสูตรพยาบาลสนามของตำรวจตระเวนชายแดนมาก่อนและมีความรู้เรื่องการช่วยเหลือผู้หมดสติทำซีพีอาร์และจับชีพจร พบว่าชีพจรยังเต้นอยู่ โดยใช้มืออังที่จมูกพบว่ามีลมหายใจ ก่อนตัดสินใจนำส่งโรงพยาบาล      

ข่าวแจ้งอีกว่า ผกก.โจ้ เปิดเผยอีกว่า เมื่อถึงโรงพยาบาลแล้วผู้ต้องหาก็ยังมีลมหายใจ วัดชีพจรปกติ ความดันปกติ ระดับออกซิเจนปกติ และแพทย์ไม่ได้ใส่เครื่องช่วยหายใจ อีกทั้งการย้ายโรงพยาบาลไปยังโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์อีกทอดหนึ่งนั้น ผกก.โจ้ยืนยันหากผู้ป่วยอาการหนักขั้นโคม่าจริง แพทย์จะไม่ย้ายโรงพยาบาลให้เกิดความเสี่ยงอย่างแน่นอน ขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไม่ต้องใช้ถังออกซิเจน เพื่อช่วยหายใจแสดงว่าอาการยังไม่หนัก โดยผกก.โจ้ได้โทรศัพท์ติดตามสอบถามอาการจากทางโรงพยาบาลอยู่ตลอด ซึ่งยืนยันกลับมาทุกครั้งว่านายจีรศักดิ์ยังมีชีวิตอยู่ แต่ต่อมาเสียชีวิตลงก็น่าจะมาจากสาเหตุอื่นไม่ใช่การขาดอากาศหายใจจากถุงคลุมศีรษะ

Advertisement