จากกรณี น.ส.เอ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ถูกนายไพฑูรย์ แกลงกระโทก ครูพละ ปาแก้วกาแฟใส่กระเด็นถูกบริเวณกกหูซ้าย ส่งผลให้ใบหน้าผิดรูป ปากเบี้ยว และเข้าร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 กันยายน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลยันฮี หลังจากที่เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา แพทย์ได้ตรวจสุขภาพของ น.ส.เอ พร้อมวัดความดัน ก่อนส่งไปตรวจสแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง หรือ MRI และตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อของใบหน้า หรือ EMG โดยนพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี นพ.สุธน พิศุทธินุศาสตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ พญ.ชุติมน สิริภัสสร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สาขาจักษุวิทยา นพ.สุทัศน์ คุณวโรตม์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยกรรมตกแต่ง แพทยสภา นพ.นเรศศักดิ์ เหล่าสงวนเอก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางสมองและระบบประสาท และนางปวีณา ร่วมแถลง
นพ.สุพจน์เปิดเผยว่า นพ สุธน และทีมขณะที่รักษา ได้ร่วมกันตรวจร่างกายเบื้องต้นพบว่ากล้ามเนื้อใบหน้าซีกซ้ายไม่ทำงาน มีอาการปากเบี้ยวและไม่สามารถหลับตาซ้ายได้สนิท ซึ่งมีช่องว่างระหว่างเปลือกตา 4 มม. ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ข้างซ้าย แพทย์ได้ลงความเห็นร่วมกันว่าสมควรตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมอย่างละเอียด ต่อมาวันที่ 17 กันยายน ได้ประสานงานไปที่ รพ.บํารุงราษฎร์ เพื่อเข้ารับการตรวจ ตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อของใบหน้า ผลการตรวจร่างกายได้รับการตรวจตาโดยจักษุแพทย์พบว่าการมองเห็นอยู่ในเกณฑ์ปกติเลนส์ตาและจอประสาทตาซ้ายปกติมีภาวะตาแห้งข้างซ้าย ผลการตรวจเลือด พบความสมบูรณ์ในเม็ดเลือดและการทำงานของตับไต เกลือแร่อยู่ในเกณฑ์ปกติผลการตรวจสมอง พบว่ามีความผิดปกติของเส้นประสาทที่เลี้ยงใบหน้าด้านซ้ายตั้งแต่บริเวณปมเส้นประสาทด้านในกะโหลกศีรษะยาวจนถึงส่วนที่อยู่กระดูกหลังหูและยังพบก้อนเนื้อซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมในแก้มด้านซ้ายตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจวิเคราะห์ พิสูจน์ว่าเป็นเนื้อใดทั้งนี้ความผิดปกติ อาจเกิดจากการติดเชื้อหรือการอักเสบของเส้นประสาท ส่วนผลการตรวจ EMG พบว่าเส้นประสาทใบหน้าด้านซ้ายแขนงที่เลี้ยงหนังตา โหนกแก้มไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นด้วยไฟฟ้ามีความเสียหายปานกลางถึงรุนแรงส่วนแขนงที่ไปเลี้ยงกล้ามพบความผิดปกติเช่นกันแต่ความเสียหายเส้นประสาทน้อยกว่าทั้งนี้ผลตรวจซีทีสแกนไม่พบรอยแตกขมับกระดูกขมับทั้ง 2 ข้าง

“แพทย์ลงความเห็นว่าเนื่องจากอาการเส้นประสาทอักเสบของน้องเอยังอยู่ในช่วงที่มีโอกาสฟื้นตัวได้การรักษาในระยะนี้จึงเน้นไปในทางการรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดให้การรักษาภาวะตาแห้งด้วยการหยอดน้ำตาเทียมและปิดตาในเวลากลางคืนรวมไปกับการรักษาด้วยแพทย์ทางเลือกดูวิธีการฝังเข็มและให้ออกซิเจนแรงดันสูง ทั้งนี้จะประเมินผลการรักษาทุกเดือนต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือนในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้นอาจรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งปกติจะพิจารณาทำหลังเกิดอาการอย่างน้อย 1 ปี” ผอ.รพ.ยันฮี กล่าว
นางปวีณากล่าวว่า ช่วงนี้ น.ส.เอจะต้องสอบปลายภาคที่โรงเรียน แต่เนื่องจากต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตนจึงประสานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ทำเรื่องไปยังโรงเรียนของน้องทรายขอเลื่อนการสอบเป็นสัปดาห์หน้า โดยทางกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ดำเนินการให้แล้ว

