เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 กันยายน บริเวณหน้าศาลฎีกา สนามหลวง กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ แกนนำกลุ่ม พร้อมผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 8-9คน เข้าร่วมกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง 1.12 ชั่วโมง” เป็นวันที่ 18 โดยยืนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที พร้อมห้อยป้ายปล่อยเพื่อนเรา เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่โดนจับกุม ร่วมเรียกร้องสิทธิประกันตัว
โดยนายพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า วันนี้เป็นวันเเรกที่เราย้ายกลับจากศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ที่ศาลฎีกาเป็นวันเเรก ซึ่งรัฐธรรมนูญไทยมาตรา 29 ระบุไว้ว่า บุคคลที่ยังไม่ถูกตัดสินว่ากระทำความผิดหน่วยงานของรัฐหรือศาลจะกระทำเสมือนเขากระทำความผิดแล้วไม่ได้ ขอยกคำของศาสตราจารย์ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าคุณไม่สามารถทำให้คนที่ตื่นแล้ว สว่างไสวแล้ว กลับไปมืดบอดได้อีกต่อไป ถ้าไม่เชื่อ คุณไม่มีทางเอาพวกเราทั้งหมดออกจากประเทศนี้ได้ คุณอยากเห็นการฆ่ากันแล้วนับเอาจำนวนหัว รอว่าสุดท้ายแล้วเหลือใครมากกว่ากัน ผมหวังว่าชนชั้นนำเหล่านั้น สถาบันเหล่านั้น จะตระหนักรู้ในความเปลี่ยนแปลง อ.วรเจตน์กล่าวไว้ในเสวนาคนเท่ากันเดินหน้าเลือกตั้ง ร่วมกันปฏิรูป เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.56 แต่วันนั้นถึงวันนี้ผ่านมาหลายปีแล้ว คนชั้นนำไทยยังไม่ปรับตัว ไม่ตระหนัก ไม่ยอมรับว่านาฬิกามันเดินถอยหลังไม่ได้ มีแต่เดินไปข้างหน้า โดยยกตัวอย่างจากมาตรา 112 ที่จากขอให้มีการแก้ไขกลายเป็นขอยกเลิก คุณจะขังสิบอานนท์ ร้อยเพนกวิน พันไมค์ หมื่นไผ่ แสนฟ้า คุณก็ไม่มีทางปิดปากประชาชนได้หมดทุกคน ถ้าคุณฆ่าประชาชนทิ้งทั้งหมดก็จะไม่มีชาติไทย ยิ่งบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม ความชอบธรรมก็ยิ่งร่อยหรอ การคืนสิทธิประกันตัวก็คือเสถียรภาพที่แท้จริงของชาติ นำกระบวนการที่แท้จริงกลับเข้าไปสู่ในหลักการ
จากนั้น นายพันธ์ศักดิ์บอกให้ผู้ชุมนุมหันหน้าเข้าหาอาคารศาลฎีกา ชู 3 นิ้วด้วยมือข้างซ้าย และตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้งว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้บริสุทธิ์ คืนสิทธิการประกันตัว” ก่อนจบกิจกรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยในวันนี้ มีนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา หรือทนายอู๊ด พ่อไผ่ ดาวดิน มาร่วมกิจกรรมด้วย

