เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 6 กันยายน ที่บริเวณหน้าศาลฎีกา สนามหลวง กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นายบารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานสมัชชาคนจนเป็นแกนนำกลุ่มดำเนินกิจกรรม พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 10 กว่าคน เข้าร่วมกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง 1.12 ชั่วโมง” เป็นวันที่ 22 โดยยืนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที พร้อมห้อยป้าย ปล่อยเพื่อเราเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่โดนจับกุม ร่วมเรียกร้องสิทธิประกันตัว โดยวันนี้มีฝนตกลงมาปรอยๆ
ภายหลังเสร็จกิจกรรม นายบารมีกล่าวว่า ยืนหยุดวันนี้เป็นวันที่ 22 ก็มีฝนตกลงมาให้ชื่นใจ แต่ถ้าจะให้ชื่นใจกว่านี้ก็คือเพื่อนของเราต้องได้รับการปล่อยตัวออกมา เราได้ทราบบันทึกจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ว่านายณัฐชนน ไพโรจน์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาชิกกลุ่มเเนวร่วมธรรมศาสตร์เเละการชุมนุม ซึ่งถูกฝากขังที่เรือนจำชั่วคราวรังสิตในคดีม็อบ 2 ส.ค. 64 และถูกขังต้องแต่วันที่ 9 ส.ค. 64 โดยศาลไม่ให้ปล่อยชั่วคราว แม้จะยื่นประกันตัวไปแล้วถึงสามครั้งและแม้เขาเป็นคนเดียวที่ยังตรวจไม่พบเชื้อโควิด แต่ก็ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก อย่างที่ทุกคนทราบว่าเขาต้องใส่ขาเทียมเนื่องจากอุบัติเหตุจากตอนมัธยมปลาย ซึ่งเขาก็ได้เล่าว่า “คนปกติก็ใช้ชีวิตลำบากอยู่แล้วในเรือนจำแต่มันจะยิ่งลำบากไปอีกสำหรับคนพิการ เพราะในเรือนจำเป็นส้วมแบบนั่งยองๆ ไม่ว่าจะใส่หรือถอดขาเทียมก็ล้วนแต่ลำบากทั้งสิ้น ทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำก็จะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจนกระทั่งลื่นล้มเท้าซ้ายได้แผลมา ซึ่งส้วมแบบนั่งยองต้องใช้กำลังของทั้งสองขาพยุงไว้อย่างมากมาย ซึ่งจะดีกว่าถ้าห้องน้ำในเรือนจำมีแบบชักโครกหรือมีอุปกรณ์ช่วยอย่างอื่นที่ง่ายต่อการใช้งานของผู้พิการ หรืออย่างเวลาอาบน้ำก็ต้องถอดขาเทียมออกซึ่งก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเช่นกัน เพราะห้องน้ำที่นี่ทั้งลื่นและไม่มีราวจับ หรือพูดง่ายง่ายคือห้องน้ำกับผมเป็นของที่ไม่ถูกกันเลยแต่ถามว่าอยู่ได้ไหม ก็ต้องอยู่ ในขณะที่เปรียบเทียบกับต่างประเทศเรือนจำจะเป็นที่แก้ไขปรับปรุงเพื่อแก้ไขพฤติกรรม แต่คุกของไทยเรายังดักดานล้าหลังพยายามทำให้เรือนจำเหมือนนรกให้มากที่สุด เพราะว่าคุกรัฐมีไว้ลงโทษคนจนต่างหาก รัฐทรราชของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังใช้ประโยชน์จากเรือนจำอีกแบบหนึ่ง ก็คือการใช้เรือนจำสำหรับทรมานนักโทษการเมือง เป็นวิธีการอันแยบยลสำหรับทำร้ายผู้คิดต่างโดยอาศัยเงื้อมือกฎหมาย เราจึงต้องร่วมมือกันในการยืนหยุดครั้งเพื่อปฏิรูปศาลและปฏิรูปเรือนจำ เพื่อให้ประเทศเราเป็นอารยะประเทศเสียที”
หลังจากนั้น นายบารมีบอกให้ผู้ชุมนุม หันหน้าเข้าหาอาคารศาลฎีกา ชู 3 นิ้วด้วยมือข้างซ้าย และตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้งว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้บริสุทธิ์ คืนสิทธิการประกันตัว” ก่อนจบกิจกรรม

