ยืนหยุดขังวันที่ 23 ย้ายฝั่งมาริมคลองหลอด ซัด รพ.ราชทัณฑ์ขวาง ย้ายเพนกวิน เรียกร้อง ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้บริสุทธิ์

7.09.21 | 19:48 น.

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 กันยายน ที่บริเวณศาลฎีกา สนามหลวง กลุ่มพลเมืองโต้กลับ วันนี้นำโดยนายบารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานสมัชชาคนจนเป็นแกนนำกลุ่มดำเนินกิจกรรม พร้อมผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 10 กว่าคน เข้าร่วมกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง 1.12 ชั่วโมง” เป็นวันที่ 22 โดยยืนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที พร้อมห้อยป้าย ปล่อยเพื่อนเราเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่โดนจับกุม


โดยทาง สน.ชนะสงคราม ประสานงานกับทางผู้จัดว่าเนื่องจากช่วงเย็นจะมีการชุมนุมของกลุ่ม “ทะลุฟ้า” บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝ่ายความมั่นคงจึงจะมีการยกตู้คอนเทนเนอร์ปิดกั้นการสัญจรผ่านเข้าไปในถนนราชดำเนินใน ทางกลุ่มพลเมืองโต้กลับ จึงย้ายมาจัดกิจกรรมบนทางเท้าเลียบถนนอัษฎางค์ ทางฝั่งตะวันออกของศาลฎีกาแทน โดยภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม

นายบารมีกล่าวว่า วันนี้ยืนหยุดขังเป็นวันที่ 23 รับเเจ้งจาก สน.ชนะสงคราม ว่าจะมีการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ปิดช่วงถนนราชดำเนินใน ทำให้ไม่สามารถใช้พื้นที่บริเวณหน้าศาลฎีกาได้ วันนี้ก็เลยย้ายมายืนข้างศาลฎีกาฝั่งริมคลองหลอด มีสื่อมวลชนสัมภาษณ์รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และหัวหน้ากลุ่มงานอายุรกรรม กรณีโรงพยาบาลราชทัณฑ์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักที่ไม่ยอมส่งตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ เพนกวิน และเพื่อนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รวมทั้งข้อสงสัยที่ว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้รักษาตามมาตราฐานหรือไม่

นายบารมีกล่าวอีกว่า โดยรักษาการผู้อำนวยการการโรงพยาบาลราชทัณฑ์ อ้างว่า ที่ไม่ส่งไปโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 2 เหตุผลคืออาจไปเบียดบังเตียงผู้ป่วย เเละเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ดูแลได้ไม่ทั่วถึง สิ่งที่รักษาการ ผอ.โรงพยาบาลราชทัณฑ์ กล่าวขัดแย้งกับประกาศ ศบค.ที่กล่าวว่า เตียงในโรงพยาบาลไม่เคยเต็ม และรองรับผู้ป่วยเพียงพอเสมอ อีกทั้งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ก็แสดงความจำนงที่จะรับเพนกวินและเพื่อนไปรักษา  รักษาการผอ.โรงพยาบาลราชทัณฑ์ไปคิดแทนคนอื่นทำไม อันที่จริงควรรีบหาทางให้เตียงในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ให้ว่าง เพราะตามที่นายอานนท์ นำภา เล่าว่าเฉพาะห้องขังก็มีผู้ต้องขังติดไปแล้ว 12 คน ส่วนที่บอกว่า หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะเจ้าหน้าที่ดูแลไม่ทั่วถึงนั้นคงลืมไปว่า เพนกวิน และเพื่อนเพียงแต่ถูกฝากขังยังไม่ถูกศาลตัดสิน ประการที่ 2 เพนกวิน และเพื่อนไม่ใช่อาชญากร แต่เป็นนักโทษการเมือง ประการที่ 3 เพนกวิน และเพื่อนบางคนยังเป็นนักศึกษา และประการที่ 4 คือไม่เคยมีพฤติการหลบหนีมาก่อน ส่วนที่อ้างว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีมาตราฐานดูแลได้ ประชาชนอยากถามว่า ยังคงจำคดีอากง ได้หรือไม่ว่าอากงได้เสียชีวิตคาโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มันจึงไม่แปลกถ้าบางคนตั้งคำถามกับสายลมว่าท่านจะไต่เต้าด้วยใบสั่งฆ่าอย่างงั้นหรือไม่ การยืนหยุดขังจึงไม่เพียงเรียกร้องแค่ให้ปล่อยเพื่อนเรา แต่ก็เรียกร้องให้ปฏิรูปเรือนจำทั้งระบบ

Advertisement

จากนั้น นายบารมี บอกให้ผู้ชุมนุม หันหน้าเข้าหาอาคารศาลฎีกา ชู 3 นิ้วด้วยมือข้างซ้าย และตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้งว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้บริสุทธิ์ คืนสิทธิการประกันตัว” ก่อนจบกิจกรรม