คาด ต.ค.นี้รู้ผล”บิ๊กปั๊ด”ตั้งคณะกรรมการสืบสวนฯเพิ่มใครช่วยเปลี่ยนความเร็วรถ”บอส อยู่วิทยา”จนพ้นผิด

7.09.21 | 21:07 น.

เมื่อวันที่ 7 กันยายน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและผู้ช่วยเลขานุการเพิ่มเติม คดีนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ที่พ้นข้อกล่าวหาขับรถชนตำรวจเสียชีวิต โดยมีหลักฐานพบการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม เปลี่ยนความเร็วรถในคดี จนทำให้ผู้ต้องหารอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพิ่มอีก 4 นาย ประกอบด้วย 1.พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล เป็นกรรมการ 2.พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รองผู้บังคับการกองตรวจราชการ 8 สำนักงานจเรตำรวจ เป็นกรรมการ 3.พ.ต.ท.สำราญ มงคลแก้ว รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานีเป็นกรรมการ  และ 4. ร.ต.อ.(หญิง) นิตยา แซมพิมาย รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองตรวจราชการ 10 สำนักงานจเรตำรวจเป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา

โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 21 มิถุนายน 2564 ผบ.ตร.มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีเปลี่ยนความเร็วรถในคดี นายวรยุทธ  แทน พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จเรตำรวจ (สบ 8) (หัวหน้าจเรตำรวจ) และแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จเรตำรวจ (สบ 8) (หัวหน้าจเรตำรวจ) เป็นกรรมการ หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชนตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 225/2563 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563

ซึ่งสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญากับนายวรยุทธ  เป็นการกล่าวหาว่า มีการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทนายความ พยาน และบุคคลทั่วไป ในการเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการดำเนินคดีจนถึงปัจจุบัน โดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย ใช้อำนาจโดยมิชอบ ใช้อิทธิพลบังคับ และการสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีคำสั่งที่ 551/2563 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2563 แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาและเสนอความเห็น เพื่อดำเนินการตามรายงานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ

ปรากฎว่ามีข้าราชการตำรวจถูกระบุชื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญากับนายวรยุทธ  อีกส่วนหนึ่งนอกเหนือจากที่ถูกกล่าวหาไว้แล้ว จึงเป็นกรณีหน่วยงานอื่นแจ้งให้ทราบว่า มีข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัย หรือสงสัยว่ากระทำผิดวินัย เป็น พล.ต.อ. 1 ราย พล.ต.ท. 1 ราย และ พ.ต.อ. 2 ราย กรณีถูกกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ร่วมกันจัดให้ รองศาสตราจารย์สายประสิทธ์ เกิดนิยม พบกับ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น เพื่อนำเสนอวิธีการคำนวณความเร็วใหม่และสอบปากคำ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น โดยแก้ไขวันสอบปากคำให้เป็นวันที่ 26  กุมภาพันธ์ 2559 และวันที่ 2  มีนาคม 2559

โดยการกดดันหรือใช้อิทธิพลบังคับให้ พ.ต.อ.ธนสิทธิ  เปลี่ยนความเห็นในเรื่องความเร็วรถยนต์ (รายละเอียดปรากฎตามบทสรุปรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 225/2563 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563)

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับกรอบระยะเวลาดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงกับ พล.ต.อ. 1 ราย พร้อมพวกรวม 4 ราย เป็นไปตาม กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556 คือมีระยะเวลา 60 วัน นับแต่วันที่ พล.ต.อ.วิสนุ รับทราบคำสั่ง แต่หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ก็สามารถขอขยายเวลาเพิ่มได้อีก 60 วัน ทั้งนี้ จะต้องขออนุมัติขยายเวลาจาก ผบ.ตร. ซึ่งรวมเวลาที่ควรจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นคือภายใน 120 วัน จึงคาดว่าคณะกรรมการน่าจะสรุปผลการสืบสวนได้ภายในเดือนตุลาคมนี้