ตัวแทนนิสิตอาชีวอนามัย 48 สถาบัน ร้อง รมว.แรงงาน หวั่นกฎกระทรวง ข้อ 21 (3) ฉบับใหม่ประกาศใช้ มืออาชีพตกงานเพียบ ชี้หากใช้ผู้ช่ำชองลดทั้งอุบัติเหตุและตาย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 กันยายน ที่สำนักงานพรรคพลังประชารัฐ เขต 1 ชลบุรี ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี นายคราม วิทยาดี น.ส.กนกวรรณ ยมจินดา อายุ 20 ปี เป็นตัวแทนนิสิต นักศึกษา 48 สถาบันสาขาวิชาชีพอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เดินทางเข้าร้องเรียนนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้เตรียมยกร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการจัดให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน และบุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัย ในสถานประกอบการ พ.ศ…… และอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ
โดยเฉพาะ ข้อ 21 (3) ได้ระบุว่า ข้อ 21 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (3) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสถานประกอบการกิจการ ตามบัญชี 1 และ 2 ไม่น้อยกว่า 5 ปี และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพและผ่านการประเมิน
ซึ่งถ้าหากกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และประกาศใช้ จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่จบจากสาขาตรง ที่สำคัญทำให้ตกงานกันอย่างมากมาย และอาจจะเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งการเสียชีวิตจากการทำงานมากขึ้น เนื่องจากขาดประสบการณ์ จึงได้มารวมตัวคัดค้านกฎกระทรวงข้อที่ 21 (3) อยากให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานทบทวนใหม่ และถอนกฎกระทรวงข้อที่ 21 (3) ออกไป แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานติดภารกิจ จึงได้มอบหมายให้ นายสุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ รับเรื่องแทน หลังจากได้รับข้อร้องเรียนแล้ว จะนำเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณาต่อไป

น.ส.กนกวรรณกล่าวว่า การที่นิสิต นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เนื่องจากจะมีการออกกฎกระทรวงข้อ 21 (3) ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อนิสิต นักศึกษาที่เรียนสาขาวิชาชีพอาชีวอนามัยและความปลอดภัยจะตกงานกันอย่างมากมาย เนื่องจากกฎกระทรวงข้อ 21 (3) ระบุว่าใครก็ได้ที่ทำงานในสถานประกอบการ 5 ปี หลังจากได้รับการอบรมก็สามารถเข้ามาดูแลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยได้ ซึ่งไม่มีความชำนาญเท่ากับผู้ที่จบการศึกษามาทางด้านนี้โดยตรง อาจส่งผลกระทบต่อนิสิต นักศึกษาที่จบใหม่ตกงาน รวมทั้งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุภายในโรงงานและเสียชีวิตจำนวนมากขึ้น ที่สำคัญอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตการส่งออก หากโรงงานเกิดอุบัติเหตุ
นายครามกล่าวว่า ทำงานทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยมานานกว่า 10 ปี ในพื้นที่ชลบุรี ระยอง พบว่าการทำงานด้านนี้จะต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เกี่ยวกับมาตรการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งมีแรงงานนับล้านคนทำงานเสี่ยงต่ออันตรายในโรงงาน จากการศึกษาข้อมูลจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ปี 2535-2563 สามารถควบคุมการตายจากการเกิดอุบัติเหตุ ลดลง 82 เปอร์เซ็นต์ ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ 78 เปอร์เซ็นต์ โดยมีผลพวงมาจากการนำผู้ที่จบทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยมาปฏิบัติหน้าที่
นายครามกล่าวว่า หากมีการนำกฎกระทรวงข้อที่ 21 (3) มาประกาศใช้ จะส่งผลให้ใครก็ได้มาปฏิบัติหน้าที่ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ซึ่งจะไม่ส่งผลดีทางด้านความปลอดภัยกับแรงงานหลายล้านชีวิต อาจเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตได้ จึงอยากให้ตัดกฎกระทรวงข้อที่ 21 (3) ออกไป จึงอยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณาในเรื่องด้วย เพื่อความปลอดภัยของโรงงาน

