บช.น.กำชับตำรวจดูแลสื่อถูกม็อบคุกคาม จ่อหมายจับผู้สนับสนุนก่อเหตุสัปดาห์หน้า ยังไม่พบกลุ่มการเมืองเกี่ยวข้อง(มีคลิป)

9.09.21 | 13:49 น.

บช.น.กำชับตำรวจดูแลสื่อถูกม็อบคุกคาม จ่อหมายจับผู้สนับสนุนก่อเหตุสัปดาห์หน้า ยังไม่พบกลุ่มการเมืองเกี่ยวข้อง เตรียมหาขั้นตอนเด็ดขาดไว้จัดการม็อบสามเหลี่ยมดินแดง


เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. โฆษก บช.น.เปิดเผยว่า กรณีที่มีการนัดหมายชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 9 ก.ย.64 จะมีการรวมตัวกันของกลุ่มหลักๆ ดังนี้กลุ่มทะลุแก๊ซ นัดหมายรวมตัวที่แยกดินแดง ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป บช.น. ขอเตือนว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุม หรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรค จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 10 ลง 31 ส.ค.64 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ อีกส่วนหนึ่ง โดยทางบช.น. จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไว้แล้ว

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่าส่วนจากการชุมนุมในวันที่ 8 ก.ย.64 บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง  กลุ่มทะลุแก๊ซและมีกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนมาร่วมสนับสนุน มีการทุบทำลาย ขว้างปาสิ่งของต่างๆ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัดยักษ์ พลุไฟ ระเบิดต่างๆ ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะๆ และมีการจุดไฟเผาทรัพย์สินต่างๆ ใต้ทางด่วน เป็นเหตุให้มีทรัพย์สินสาธารณะประโยชน์เสียหายจำนวนหนึ่ง ทำให้ประชาชนผ่านไปผ่านมาได้รับความเสียหาย โดยทาง บช.น.จะดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งตัวการและผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดทุกรายต่อไป หากเยาวชนได้กระทำความผิด ผู้ปกครองอาจจะมีความผิดและได้รับโทษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ อีกด้วยส่วนผู้ใดที่นำเข้า ส่งต่อ หรือเผยแพร่ข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ หรือบิดเบือนเพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด และอาจนำไปสู่ความวุ่นวาย จะเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ส่วนผลสรุปการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่เดือน ก.ค.2564 ที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 190 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 699 คน ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 454 คน

Advertisement

ส่วนข้อความกลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายสื่อ ตำรวจจะมีการป้องกันอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุละเมิดกฎหมายมาโดยตลอด มีการข่มขู่พี่น้องประชาชนชาวแฟลตดินแดง คุกคามสื่อมวลชน บช.น. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล โดยขอให้กลุ่มสื่อมวลชนระมัดระวังในการถูกทำร้ายเพื่อให้เป็นประเด็น จากการข่าวยืนยันว่ามีการสร้างสถานการณ์ โดยมีบุคคลปลอมตัวเป็นนักข่าว บุคลากรทางการแพทย์ ขอให้ข้อมูลข่าวสาร ผลักดันผู้ปลอมตัวออกมา อาจจะทำร้ายสื่อมวลชน

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ประเด็นคุกคามสื่อนั้น สื่อมวลชนต้องแบ่งไปอยู่ในพื้นที่ทั้งฝั่งตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณใดสุ่มเสียงต้องระมัดระวัง แต่หากถูกคุกคามขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ถูกคุกคาม

ส่วนการใช้ขั้นตอนเด็ดขาดเพื่อหยุดยั้งเหตุความรุนแรงสามเหลี่ยมดินแดง นั้น พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาวิธีดำเนินการอยู่ เมื่อใช้การบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดก็ถูกมองใช้ความรุนแรง จึงต้องรักษาความสงบเรียบร้อย แต่กลุ่มมวลชนก็ละเมิดกฎหมาย จึงต้องระมัดระวังสิ่งที่จะไปกระทบกับประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง จึงต้องระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ไล่ติดตามแต่ใช้วิธีการดำเนินคดีภายหลัง สืบสวนสอบสวนดำเนินคดีผู้กระทำความผิดทุกราย ส่วนจุดตรวจจุดสกัดนั้น มีการตั้งด่านที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว แต่ในพื้นที่ที่ก่อเหตุมีตรอกซอกซอยค่อนข้างเยอะ มีสถานที่สำคัญดูแลผู้เปราะบาง ต้องหามาตรการต่างๆ จับกุมผู้กระทำผิด ส่วนการยึดรถได้ตรวจยึดมาแล้วกว่า 200 คัน ทั้งรถขยายเสียงและรถจักรยานยนต์

ส่วนจะมีการปิดล้อมทุกพื้นที่หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากอยู่ระหว่างประสานงานผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อดำเนินการ หากเป็นไปได้ อาทิตย์หน้าจะสามารถจบเรื่องดังกล่าวได้อย่างแน่นอน ส่วนผู้นำอาวุธสนับสนุนให้มาก่อเหตุนั้น มีข้อมูลอยู่แล้วโดยนำอาวุธมาส่งมาจำหน่าย บางกลุ่มนำเอามาใช้ด้วย ก็จะเป็นผู้สนับสนุน ผู้มาส่งอาวุธที่นำมาก่อเหตุมา กระทำผิดมาร่วมก่อเหตุด้วย ก็จะถือเป็นตัวการร่วม ตำรวจมีข้อมูลในระดับหนึ่ง คาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าออกหมายจับผู้สนับสนุน 3 ราย ทั้งนี้ ยังไม่พบกลุ่มการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องถึงขั้นดำเนินคดีได้