เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 10 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษก บช.น. เปิดเผยว่า วันนี้ มีการเชิญชวนผ่านช่องทางออนไลน์ ให้มีการร่วมรวมตัวหรือชุมนุมกันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กลุ่มหลักๆ 2 กลุ่ม 1.กลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี มีการนัดหมายรวมตัวทำกิจกรรมลักษณะคาร์ม็อบ เริ่มเวลา 11.30 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปตามถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ข้ามสะพานพระราม 7 หยุดทำกิจกรรมบริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ไปสิ้นสุดที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 2.กลุ่มทะลุแก๊ส นัดหมายรวมตัวเวลา 17.00 น. ที่บริเวณแยกดินแดง บช.น. ขอเตือนว่า กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุมหรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่โรค จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 10 ลง 31 ส.ค.64 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ อีกส่วนหนึ่ง โดยทาง บช.น. ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไว้แล้ว
ส่วนการชุมนุมในวันที่ 9 ก.ย.64 ที่บริเวณแยกดินแดงของกลุ่มทะลุแก๊ซ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุได้กระทำความผิดหลายบทบัญญัติ มีการขว้างปาสิ่งของต่างๆ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัดยักษ์ พลุไฟ ระเบิดปิงปอง ระเบิดแสวงเครื่อง ไปป์บอมป์ต่างๆ ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานที่ราชการ โรงพยาบาล และทรัพย์สินของประชาชนบริเวณนั้น มีการจุดไฟเผาทรัพย์สินต่างๆ ใต้ทางด่วน เป็นเหตุให้มีทรัพย์สินสาธารณะประโยชน์เสียหายจำนวนหนึ่ง และมีประชาชนในละแวกดังกล่าวได้รับผลกระทบต่อเนื่องและเดือดร้อน เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการเข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อย และพยามยามผลักดันกลุ่มผู้กระทำผิดออกจากพื้นที่ โดยทาง บช.น. จะดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งตัวการและผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดทุกรายต่อไป และหากเยาวชนได้กระทำความผิด ผู้ปกครองอาจจะมีความผิดและได้รับโทษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ อีกด้วย
ผู้สื่อข่าวเมื่อถามถึงกรณีที่มีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “Watcharakon Taweesinsoontron” โพสต์ข้อความสื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถกระบะชนกลุ่มผู้ชุมนุมแล้วลงมากระทืบซ้ำจนทำให้บุคคลดังกล่าวเสียชีวิตในเวลาต่อมา พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ความจริงบุคคลดังกล่าวที่เข้าไปกระทำผิดในบริเวณสามแยกดินแดงยังไม่เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากรถจักรยานยนต์ล้มหัวกระแทกราวสะพานบริเวณที่เกิดเหตุ ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่รพ.ตำรวจ อาการทั่วไปปลอดภัยดี และอาการดีขึ้นตามลำดับ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวของผู้โพสต์ถือเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนหรือปลอม เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด และอาจนำไปสู่ความวุ่นวายในบ้านเมือง มีการชักชวนให้มีการร่วมชุมนุมเพิ่มมากขึ้น เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ม.14 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยบช.น. ประสานกับบช.สอท. แล้ว รวมถึงกรณีมีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ให้มันจบที่รุ่นเรา” เป็นผู้แชร์โพสต์ดังกล่าวต่ออีก อาจจะมีความผิดฐาน ส่งต่อหรือเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีความผิดและต้องได้รับโทษด้วยเช่นกัน
รอง ผบช.น. กล่าวด้วยว่า ส่วนสรุปการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่เดือนก.ค.64 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 199 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 701 คน ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 456 คน ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ออกหมายเรียกกลุ่มผู้ชุมนุมอีกจำนวน 107 หมาย เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามถึงการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้นั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การชุมนุมในขณะนี้สถานการณ์ก็ยังเป็นแบบเดิมสักระยะ เนื่องจากกลุ่มประชาชนในภาพรวมทั้งประเทศไม่เห็นด้วย กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในจำนวนหลักร้อย ส่วนการสกัดกั้นเส้นทางใช้ชุมนุมวันนี้หรือไม่นั้น ยังไม่มีการสกัดกั้นเส้นทาง นอกจากมีความรุนแรงเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในภาพรวม หรือมีจอดรถกีดขวางหรือปิดการจราจร ตำรวจจะเข้าบังคับใช้กฎหมาย คาดว่าไม่น่าจะใช้เส้นทางอื่น หากไปก่อเหตุบุกรุกสถานที่ราชการ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะต้องมีการรักษาความสงบเรียบร้อยตามหน้าที่
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า กรณีคนขับรถแท็กซี่นำยางรถยนต์ไปส่งบริเวณแยกดินแดงนั้น เบื้องต้นมีการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้แล้ว ใครที่สนับสนุนกระทำความผิดรูปแบบต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมาย หากใครถูกออกหมายเรียกหรือหมายจับ ต้องถูกดำเนอนคดี ขอให้หลีกเลี่ยงการตกอยู่ในวงจรที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับความก่อเหตุความรุนแรง.

