เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม และสกัดกั้นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ยึดของกลางยาบ้า 7,500,000 เม็ด และกัญชา 1,480 กิโลกรัม ฝิ่นสุก 3 กิโลกรัม
คดีแรก เป็นการจับกุมนายเจด็จ สะดีวงค์ อายุ 45 ปี พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่ง 620 กิโลกรัม และรถกระบะ 1 คัน ขณะลักลอบขนกัญชาบนถนนบ้านม่วง-สว่างแดนดิน ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร หลังจากสืบทราบว่าจะมีการขนยาเสพติดบนเส้นทางดังกล่าวจนกระทั่งพบรถเป้าหมาย จึงขอเข้าตรวจค้น ปรากฏว่าพบกัญชาของกลางวางเรียงซ้อนกันอยู่ท้ายรถกระบะ โดยกัญชาล็อตดังกล่าวได้นำมาจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ตอนใน ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ
คดีที่ 2 ตำรวจได้จับกุมนางกลิ่นนภา สมรฤทธิ์ อายุ 45 ปี พร้อมของกลางกัญชา 861 กิโลกรัม, ฝิ่นสุก 3 กิโลกรัม และรถกระบะ 2 คัน โดยถูกจับกลุ่มที่ริมถนนพระยาพายัพพิริยะกิจ ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยก่อนหน้านี้ สืบทราบว่าจะมีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของกลุ่มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จึงวางแผนจับกุมโดยพบรถกระบะ 3 คัน ขับตามกันมา ซึ่งเป็นรถคุ้มกันและรถขนยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาต่อเนื่องจังหวัดสมุทรปราการ แต่คนร้ายไหวตัวทันทิ้งรถขนยาเสพติดไว้ริมถนนแล้วหลบหนีไป ซึ่งต่อมาได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหามาได้ 1 คน อยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง
คดีที่ 3 ได้จับกุมนายลอซา จะมี่ อายุ 29 ปี และนายปเส่ ปอไว อายุ 47 ปี กลุ่มชาติพันธุ์เผ่าลาหู่ พร้อมของกลางยาบ้า 5 ล้านเม็ด, รถกระบะ 2 คัน และอาวุธปืน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน โดยถูกจับกุมได้ที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มเครือข่ายจะลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงใหม่เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ มีการใช้รถคุ้มกัน และอาวุธครบมือ เผื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าจับกุมตัวก็มีการยิงต่อสู้ เพื่อเปิดทางขับรถหลบหนี จึงขับตามไล่ล่าจนรถคนร้ายเสียหลักตกลงข้างทาง ปรากฏว่าคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรม 1 คน คือ นายยาสี หมื่อจ๋า ก่อนจะจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมของกลาง และหลบหนีไปได้ 2 คน อยู่ระหว่างติดตามตัว
และคดีสุดท้าย จับกุมนายวิเชียร แซ่เท้า อายุ 28 ปี นายก้องเกียรติ ธนาวุฒิ อายุ 40 ปี และเยาวชนอายุ 17 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1,494,000 เม็ด และรถยนต์ 2 คัน โดยถูกจับกุมได้ในปั๊มน้ำมันในพื้นที่หมู่ 3 ถนนสายเอเชีย อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี สืบเนื่องจากได้รับการแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ค้าจะลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มาส่งมอบให้กับเครือข่ายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยผู้ต้องหามีความสัมพันธ์เป็นญาติเดียวกัน แบ่งหน้าที่กันขับรถสำรวจเส้นทาง และรถที่ใช้ขนยาเสพติด แต่ก็ไปไม่รอดถูกจับกลุ่มได้ในที่สุด
ด้าน พล.ต.ท.มนตรีกล่าวว่า แม้จะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดก็ยังมีความพยายามที่จะขนส่งยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ลดลงไปจากเดิม ซึ่งการจับกุมทั้ง 4 คดีนี้ พบว่ากัญชาของกลางจะถูกจำหน่ายในประเทศ และส่งไปยังประเทศที่ 3 ส่วนยาบ้าจะถูกส่งไปจำหน่ายในพื้นที่ชั้นใน และลงไปยังภาคใต้



