โฆษกตร.เผยผู้การฯสงขลา ยันค้นบ้านแม่ค้าออนไลน์ตามระเบียบ แต่ตั้งกก.สอบ เพื่อความสบายใจสังคม

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 23 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีแม่ค้าออนไลน์จ.สงขลา เข้ายื่นร้องขอความเป็นธรรม หลังมีเจ้าหน้าที่บุกค้นบ้าน ยึดเงินสด 10 ล้านบาท และทองคำ 60 บาท อ้างว่านำไปตรวจสอบก่อนจะมีการเจรจาต่อรอง ขอยึดเงินไว้จำนวน 5 ล้านบาท โดยส่งคืนผู้เสียหายเพียงครึ่งเดียว พร้อมกับทองคำทั้งหมดแลกกับการปล่อยตัว ว่า จากการพูดคุยกับพล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา ยืนยันว่ากระบวนการเข้าตรวจค้นได้ทำตามขั้นตอนระเบียบของกฎหมายทุกอย่าง และการดำเนินการของตำรวจมีพยานหลักฐานว่าตำรวจทำถูกต้อง ส่วนผู้เสียหายที่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจก็มีสิทธิ์ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมคิดว่าตำรวจทำไม่ถูกต้อง ซึ่งนอกจากพล.ต.ต.อาชาน จะยืนยันว่าตำรวจสงขลาทำถูกต้องตามระเบียบกฎหมายแล้ว ก็ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อความสบายใจของสังคม หากตรวจสอบพบว่าบกพร่องหรือผิดต่อหน้าที่จะมีการดำเนินการทางวินัยและทางอาญาแน่นอนไม่มีละเว้น สังคมสามารถตรวจสอบได้

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวต่อว่า เป็นเรื่องกล่าวหาว่าตำรวจกระทำผิดต่อหน้าที่ มีการยักยอกทรัพย์สินของผู้เสียหายในคดีนี้ไป ทางฝ่ายผู้เสียหายเป็นผู้กล่าวหาว่าตำรวจกระทำผิดต่อหน้าที่ ซึ่งเรื่องนี้จะส่งไปพิจารณาที่ป.ป.ช.อีกส่วนหนึ่งด้วย ทางตำรวจเองก็พิจารณความผิดในทางวินัย คงไม่พิจารณาเรื่องคดีเพียงฝ่ายเดียว มีหน่วยราชการอื่นเข้ามาร่วมพิจารณาพฤติกรรมเหล่านี้ว่าทำผิดหรือไม่ คงดูจากพยานหลักฐานที่ฝ่ายผู้เสียหายในคดีนำไปมอบให้กับป.ป.ช.

โฆษกตร. กล่าวอีกว่า ส่วนทางตำรวจ ผบก.ภ.จว.สงจลา ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจในคดีนี้แล้ว ได้ดำเนินการถูกต้องหรือผิดพลาดทางการปฏิบัติอย่างไร หากผิดพลาดก็ดำเนินการทางวินัยโดยเด็ดขาดอยู่แล้ว ส่วนทางคดีให้ป.ป.ช.ดำเนินการ ส่วนการเข้าตรวจค้นในวันดังกล่าว เนื่องจากสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ ทั้งนี้การค้นแต่ละครั้งก่อนจะขอหมายค้นจากศาลจะต้องมีพยานหลักฐานพอประมาณส่วนหนึ่ง ที่ศาลจะเห็นว่าน่าจะพบการกระทำความผิด อย่างไรก็ตามเมื่อไปตรวจค้นแล้วได้มีการทำบันทึกการตรวจค้นทุกอย่างเรียบร้อยแล้วซึ่งเป็นไปตามกระบวนการของการตรวจค้นทุกอย่างตามป.วิ อาญา นอกจากนี้การตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา จะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกมิติ ทั้งความประพฤติส่วนตัว และการกระทำในกรณีนี้ด้วย ถ้าการกระทำในกรณีพบว่ากระทำผิดก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันมาพิจารณาประกอบด้วย

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บันทึกผลตรวจเอทีเค แล้ว 49,350 ราย เข้าข่ายโควิด 342 ราย
บทความถัดไปโคราชผวา! ตรวจ ATK แรงงานเมียนมาเครือโรงงานแหลมทอง อ.สูงเนิน ผลบวกกว่า 300 ราย