ศบค.ปรับเคอร์ฟิว 4 ทุ่ม-ตี 4 ผ่อนคลายเปิดโรงหนัง-เล่นดนตรีในร้านอาหาร

ศบค.ต่อพรก.ฉุกเฉิน 2 เดือน ปรับเคอร์ฟิว 4 ทุ่มถึงตี 4 ผ่อนคลายเล่นดนตรีในร้านอาหาร คงพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จว.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.เป็นประธาน โดยแถลงมติที่ประชุมเห็นชอบตอนหนึ่ง ว่า

ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบให้มีการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นครั้งที่ 14 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน ทั้งนี้ แม้ พ.ร.ก.แก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อจะผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว แต่ยังต้องมีการเตรียมเปลี่ยนผ่านจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาเป็น พ.ร.ก.ดังกล่าว ในส่วนของหน่วยงานต่างๆ ทั้ง ศบค. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด จึงให้ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขไปพิจารณาเรื่องนี้ให้มีความรอบคอบก่อน

นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ยังได้พิจารณาว่าเราจำเป็นต้องเข้มข้นมาตรการส่วนบุคคลมากขึ้น ส่วนมาตรการทางสังคมยังคงเดิม ได้มีการปรับมาตรการสำหรับกิจการและกิจกรรมที่ถูกปิดไปตามข้อกำหนดฉบับที่ 28 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จำนวน 10 กิจการ กิจกรรม ประกอบด้วย

1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และวัยก่อนเรียน ให้เปิดดำเนินการได้ โดยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
2.ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดเอกชน ห้องสมุดชุมชน และบ้านหนังสือ
3.พิพิธภัณฑ์ พิพิภัณฑ์สถาน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน แหล่งประวัติศาสตร์ และโบราณสถาน
4.ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม และหอศิลป์ ให้เปิดได้ แต่จำกัดจำนวนผู้เข้าชมไม่เกิน 75%
5.ร้านทำเล็บ เปิดดำเนินการได้โดยนัดหมายล่วงหน้า
6.ร้านสัก เปิดดำเนินการได้โดยนัดหมายล่วงหน้า ลูกค้าได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ หรือตรวจ ATK หรือ RT-PCR ผลเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง
7.สถานประกอบเพื่อสุขภาพ นวดสปา เปิดดำเนินการได้โดยนัดหมายล่วงหน้า จำกัดเวลาบริการไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อคน โดยลูกค้าต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ หรือตรวจ ATK หรือ RT-PCR ผลเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง แต่ยังไม่เปิดบริการอบไอน้ำ
8.ธุรกิจโรงภาพยนตร์ ฉายภาพยนตร์ เปิดดำเนินการได้ถึง 21.00 น. จำกัดจำนวนผู้เข้าชม 50% และนั่งที่เว้นที่ แต่ถ้ามาด้วยกันให้นั่งด้วยกันได้ ห้ามรับประทานอาหาร 9.การเล่นดนตรีในร้านอาหาร ให้เปิดดำเนินการได้ โดยจำกัดจำนวนนักดนตรีไม่เกิน 5 คน และต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา นักร้องสามารถถอดหน้ากากอนามัยเฉพาะเวลาร้องเพลง
10.ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ ยังไม่เปิดดำเนินการ โดยให้ติดตามสถานการณ์อีก 2-4 สัปดาห์ เนื่องจากทำให้มีการเดินทางเข้าร่วมอบรมสัมมนาจากหลายพื้นที่

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบปรับเงื่อนไขมาตรการสำหรับกิจการ กิจกรรม ในพื้นที่สีแดงเข้ม ได้แก่
1.การห้ามออกนอกเคหะสถานจากเดิมเวลา 21.00 – 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ปรับลดลงเป็นเวลา 22.00 – 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น อย่างน้อย 15 วัน
2.ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า จากเดิมเปิดดำเนินการได้ถึงเวลา 20.00 น. ปรับมาเป็นเปิดได้ถึง 21.00 น. โดยอนุญาตให้เปิดสถาบันกวดวิชา โรงภาพยนตร์ สปา ห้องออกกำลังกาย ฟิตเนส สระว่ายน้ำ แต่ยังไม่เปิดดำเนินการในส่วนของตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก สวนน้ำ และห้องประชุมจัดเลี้ยง
3.ร้านสะดวก ตลาดสด ตลาดนัด เฉพาะจำหน่ายเครื่องอุปโภค บริโภค จากเดิมให้เปิดถึง 20.00 น. ปรับมาเป็นเปิดได้ถึง 21.00 น.
4.กีฬากลางแจ้ง ในร่มที่เป็นที่โล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีระบบปรับอากาศ หรือในร่มที่มีเครื่องปรับอากาศ จากเดิมที่ให้กีฬากลางแจ้งหรือในที่ร่มที่เป็นที่โล่ง อากาศถ่ายเทสะดวกและไม่มีเครื่องปรับอากาศ เปิดได้ถึง 20.00 น. ปรับมาเป็นเปิดได้ดำเนินการได้ทุกประเภทกีฬาไม่เกิน 21.00 น. กรณีกีฬาในร่มจัดการแข่งขันได้ โดยไม่มีผู้ชม กีฬากลางแจ้งจัดการแข่งขันได้ โดยมีผู้ชมไม่เกิน 25% และผู้ชมต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ หรือตรวจโควิด-19 แล้วผลเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบคงระดับพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด และพื้นที่สีอื่นๆ เหมือนเดิม​ ทั้งนี้​ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่​ 1​ ตุลาคม 64

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ก.พ.ร. ประกาศผล กรมปศุสัตว์ รับ 5 รางวัล ยอดเยี่ยม ปี 64 ผลการพัฒนาระบบราชการสู่ความเป็นเลิศ
บทความถัดไปโรคตาในแมว ปัญหาสุขภาพที่ทาสแมวต้องใส่ใจก่อนสายเกินแก้!