กทม.ปรับแผนศูนย์พักคอยฯ ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังยอดเริ่มลดลง

กทม.ปรับแผนศูนย์พักคอยฯ ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังยอดเริ่มลดลง

วันนี้ (27 กันยายน 2564) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) มอบหมายให้ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Teleconference) ที่ศาลาว่าการ กทม. โดยมี คณะผู้บริหาร กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมหารือ

ทั้งนี้ ในที่ประชุม สำนักอนามัย กทม.รายงานผลการดำเนินงานและบริหารจัดการศูนย์พักคอยผู้ป่วยโรคโควิด-19 (Community Isolation : CI) ของ กทม.ที่มีอยู่ทั้งหมด 129 แห่ง แบ่งเป็น 1.ศูนย์พักคอย โดย กทม. ร่วมกับหน่วยงานภาคี (Community Isolation : CI) จำนวน 62 แห่ง 2.โรงพยาบาล (รพ.) สนาม ประจำกลุ่มเขต (District Field Hospital/CI Plus) จำนวน 8 แห่ง และ 3.ศูนย์แยกกักในชุมชน (Semi Community Isolation) จำนวน 59 แห่ง

พล.ต.ท.โสภณ กล่าวว่า จากการดำเนินการที่ผ่านมา กทม.ได้มีการสำรวจปัญหา อุปสรรค การดำเนินงานของศูนย์พักคอยฯ เพื่อปรับกระบวนการทำงาน และจัดทำแผนตั้งรับผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19) ในศูนย์พักคอยฯ โดยหากผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ น้อยกว่า 3,000 คนต่อวัน สำนักงานเขตดูแลและคงสภาพศูนย์พักคอยฯ ในพื้นที่ให้พร้อมใช้งาน และนำส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในฮอสปิเทล (Hospitel) หรือ รพ.สนาม ประจำกลุ่มเขต กรณีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ น้อยกว่า 1,500 คนต่อวัน ให้ยุติการดำเนินการของศูนย์พักคอยฯ หากมีผู้ป่วยเข้ารักษาในฮอสปิเทล ถึงร้อยละ 80 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประสานแจ้ง กทม. เพื่อดำเนินการเปิดศูนย์พักคอยฯ

“นอกจากนี้ ได้มีแนวทางดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสถานการณ์ปัจจุบันด้วย ซึ่งปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มลดลง ถือเป็นทิศทางที่ดี แต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มข้นต่อไป ซึ่งจากการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกรุงเทพต้องชนะ วันที่ 22 กันยายน 2564 ได้มอบหมายให้ 50 สำนักงานเขต ดำเนินงานและบริหารจัดการศูนย์พักคอยฯ

ในพื้นที่ ดังนี้ 1.ศูนย์พักคอยฯ ที่ไม่มีผู้ป่วย หรือมีจำนวนผู้ป่วยน้อย ขอให้พิจารณาปรับลดศูนย์พักคอยฯ ร้อยละ 50 เข้าสู่สแตนบาย โหมด (Standby Mode) และปรับปรุงสถานที่ให้พร้อมใช้งาน การปรับลดให้พิจารณาตามบริบท และจำนวนผู้ติดเชื้อในแต่ละพื้นที่ โดยเรียงลำดับ ดังนี้ โรงเรียน/สถานศึกษา (ในสังกัด กทม./นอกสังกัด กทม.) (พิจารณาปรับลด/หยุดรับผู้ป่วยพร้อมปรับปรุงสถานที่โรงเรียนให้พร้อมเปิดเรียนวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ วัด ศูนย์สร้างสุขทุกวัย ศูนย์พักคอยที่ดำเนินการโดยเอกชน และ รพ.สนามประจำกลุ่มเขต (CI Plus) (ลำดับสุดท้ายที่จะหยุดรับผู้ป่วย) ส่วนศูนย์พักคอยฯ ที่รับผู้ป่วยผู้ติดเชื้อโควิด–19 ที่เป็นกลุ่มเฉพาะขอให้เปิดรับผู้ป่วยไว้ก่อน เช่น ศูนย์พักคอยฯ ศูนย์สร้างสุขทุกวัยสะพานสูง (รับเฉพาะคนไร้บ้าน) ศูนย์พักคอยฯ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ (รับเฉพาะผู้พิการทางสายตา) เป็นต้น” พล.ต.ท.โสภณ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ร่องมรสุมเลื่อนลงกลางตอนล่าง-ใต้ตอนบน 27ก.ย.-2 ต.ค. ฝนตกหนัก ชลประทานกำชับติดตาม 24 ชม.
บทความถัดไป‘วิรัช’ ตั้งศูนย์ประสานงาน ‘บ้านรัตนเศรษฐ’ ช่วยเหลือ ปชช.ประสบภัยน้ำท่วมโคราช