ศบค.พบคลัสเตอร์ใหม่ ในชลบุรี สงขลา สมุทรปราการ พัทลุง จี้ดูแลแคมป์ก่อสร้างในกทม.

ศบค. เผย ยอดติดเชื้อวันนี้ 9,930 ราย ดับ 97 ราย กทม.ยังติดเชื้อสูงสุด 1,137 ราย พบร้านอาหารในหาดใหญ่เปิดเกินเวลา-ลักลอบขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ “เลขาฯ สมช.” ย้ำมาตรการที่ออกมา ต้องสั้นกระชับ ปฏิบัติได้ เพื่อปชช.-หน่วยงานต่างๆ เข้าใจและปฏิบัติถูกต้อง

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 9,930 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยรายใหม่ตรวจพบระบบเฝ้าระวังและบริการ 8,954 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 607 ราย จากเรือนจำ 362 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 7 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,618,499 ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม 12,336 ราย รวมรักษาหายป่วยสะสม 1,493,077 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 109,748 ราย พบผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการหนัก 3,071 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 719 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 97 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 17,017 ราย

ผู้ป่วยที่ศบค.ค่อนข้างเป็นห่วงคือ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้มีรายงานจำนวน 1,968 ราย ซึ่งขึ้นเป็น 21% เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศและใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยก่อนหน้านี้กทม.และปริมณฑลก่อนหน้าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าทุกจังหวัด แต่ขณะนี้มีตัวเลขที่ลดลงทั้งในกทม.และอีก 67 จังหวัด ยกเว้น 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 10 อันดับ ได้แก่ 1.กทม. 1,137 ราย 2.ยะลา 764 ราย 3.ชลบุรี 594 ราย 4.สงขลา 484 ราย 5.ปัตตานี 406 ราย 6.สมุทรปราการ 382 ราย 7.นราธิวาส 314 ราย 8.นครศรีธรรมราช 313 ราย 9.ราชบุรี 300 ราย และ 10.ระยอง 297 ราย โดยรายงานของผู้ติดเชื้อในภาคใต้เกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดจากคนในครอบครัว ซึ่งอาจจะเกิดจากการไปทำงานและไปในพื้นที่เสี่ยง

ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตทั้ง 97 ราย แบ่งเป็น ชาย 57 ราย หญิง 40 ราย เป็นชาวไทย 93 ราย เมียนมา 3 ราย และกัมพูชา 1 ราย อายุเฉลี่ย 68 ปี อายุน้อยสุด 24 ปี อายุมากสุด 95 ปี ผู้เสียชีวิตพบสูงสุดใน กทม.และปริมณฑล 27 ราย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากโรคประจำตัว จากความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง พบผู้ป่วยอายุ 60 ปีขึ้นไป 64 ราย อายุน้อยกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 23 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 9 ราย ไม่ระบุอายุ 1 ราย

พญ.อภิสมัย กล่าวต่อว่า วันนี้มีรายงานของหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่มีร้านอาหารเปิดเกินเวลา มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ด้วย โดยรายงานระบุว่ามีการนำใส่ในแก้วพลาสติกธรรมดาแต่เป็นการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ จึงขอความกรุณาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันกำชับมาตรา หากดูเรื่องการฉีดวัคซีนของภาคใต้ ที่เดิมมีเป้าหมายคือภายในเดือนกันยายน เราจะมีการฉีดวัคซีนกลุ่ม 607 ให้ด้วย 60%

ขณะนี้จะเห็นได้ว่ายอดรวมในวันนี้ จ.นราธิวาส ยอดฉีดเข็ม 2 อยู่ที่ 22.4% จ.ปัตตานี อยู่ที่ 19.6% จ.ยะลา อยู่ที่ 28.2% และ จ.สงขลา อยู่ที่ 28.5% โดยเป้าหมายต้องครอบคลุมอยู่ที่ 50% ทั้งนี้การตั้งเป้าหมายที่จะฉีดวัคซีนให้กลุ่ม 607 อยู่ที่ 70% แต่ในขณะที่ จ.นราธิวาส อยู่ที่ 29.7% จ.ปัตตานี อยู่ที่ 22.6% จ.ยะลา อยู่ที่ 36.1% และ จ.สงขลา อยู่ที่ 41.4% ซึ่งการฉีดวัคซีนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

สำหรับตัวเลขการฉีดวัคซีน เพิ่มขึ้น 281,070 โดส มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรกเพิ่มขึ้น 83,168 ราย เข็มที่ 2 เพิ่มขึ้น 164,888 ราย เข็มที่ 3 เพิ่มขึ้น 33,014 ราย สะสม 55,150,481 ราย แบ่งเป็น ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 32,150,481 ราย คิดเป็น 45.8% ของประชากร ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 20,696,791 ราย คิดเป็น 28.7% ของประชากร ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 จำนวน 1,465,772 ราย คิดเป็น 2.0%

โดยในวันนี้ยอดคิกออฟการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็ก 943 ราย อย่างไรก็ตามในการประชุมศบค.ได้มีการเน้นย้ำให้แต่ละสถานที่ฉีดเน้นย้ำเรื่องมาตรการทางสาธารณสุข เช่น การเว้นระยะห่าง อย่าให้จุดฉีดวัคซีนกลายเป็นสถานที่แพร่ระบาด ในส่วนนี้จะทำให้โรงเรียนการพาประเทศเข้าสู่วิถีใหม่ให้เป็นโรงเรียนปลอดโควิด ซึ่งก่อนหน้าทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และรัฐบาล ก็ได้มีการระดมฉีดวัคซีนให้กับครู บุคลากรที่ทำงานในโรงเรียนทุกแผนก ทั้งภารโรง แม่บ้าน ครูผู้ช่วยต่างๆ ลำดับต่อไปก็จะเป็นนักเรียน ผู้ปกครองและเด็กพิเศษด้วย

พญ.อภิสมัย กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้หากทิศทางเป็นไปตามที่เราคาดการณ์เช่นนี้อาจจะเห็นการเปิดโรงเรียนได้พร้อมกันในวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งต้องรอดูความคืบหน้า ทั้งนี้ในวันนี้จ.ภูเก็ต มีรายงานการฉีดวัคซีนเข็ม 3 โดยก่อนหน้านี้มีการเข็ม 1 และเข็ม 2 เป็นวัคซีนซิโนแวค อยู่ที่ 193,754 ราย คิดเป็นร้อยละ 41 ซึ่งเป็นการเพิ่มตัวเลขอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจ.ภูเก็ตใช้วิธีการฉีดเข้าผิวหนัง

นอกจากนี้ยังมีรายงานเรื่องคลัสเตอร์ในโรงงานในจ.ชลบุรี จ.สงขลา จ.สมุทรปราการ จ.พัทลุง ส่วนกทม.เป็นเรื่องของแคมป์คนงานในกทม.เหนือและตะวันออก โดยกทม.ได้เน้นย้ำสำนักงานเขต สำนักการโยธาที่เข้าไปดูแลแคมป์คนงาน แม้แคมป์ที่ยังไม่ได้มีการระบาดแพร่เชื้อก็ได้การเข้าไปเฝ้าระวังสุ่มตรวจเป็นระยะๆ รวมทั้งในส่วนของตลอดด้วย ที่วันนี้มีการสุ่มตรวจ 5 ตลาดในกทม.พบรายงานผู้ติดเชื้อ 75 ราย คิดเป็น 5%

อย่างไรก็ตาม พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เน้นย้ำมาตรการที่ออกมาต้องทำความเข้าใจกับประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ด้วยข้อมูลที่สั้นกระชับ ปฏิบัติได้ เพื่อจะได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างถูกต้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้3 บิ๊กบอสทรู ร่วมปลูกต้นไม้ ในโครงการ “ซีพี ร้อย รักษ์โลก” มุ่งสู่องค์กร Carbon Neutral สร้างของเสียสุทธิเป็นศูนย์
บทความถัดไปจับแล้ว ”โกลัก” เจ้าของอาบอบนวด หลังหนีคดีมากกว่า 6 ปี