“ศรีศักร” ถาม “พญานาค” แลนด์มาร์กเจ้าพระยามาจากไหน ? เผยสัญลักษณ์ที่แท้ต้องเป็น “จระเข้”

24.09.16 | 21:42 น.
ศรีศักร วัลลิโภดม

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. เวลา 13.00 น. ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีการจัดงานเสวนาเรื่อง “ผู้คน ชุมชน เจ้าพระยา ข้อมูลและมุมมองทางวัฒนธรรม” โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ฯ ร่วมกับคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นักศึกษา นักวิชาการ สถาปนิกจิตอาสา ประชาชนทั่วไป รวมถึงชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น ชุมชนบางอ้อ

โดยตอนหนึ่งศาสตราจารย์พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง กล่าวปาฐกถา ว่า การพัฒนาบ้านเมืองของไทยเห็นแต่สถานที่ ไม่มองประวัติศาสตร์ที่มีผู้คน กรุงเทพฯ เห็นแต่สถานที่ ปรับภูมิทัศน์ โดยไม่เห็นคน ชุมชนถูกละเลย งานด้านมานุษยวิทยาและ และโบราณคดีไม่ค่อยได้เกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นการศึกษาที่ทำให้เห็นชีวิตและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป

“การพัฒนาบ้านเมืองต้องคำนึงถึงคน ซึ่งไม่ได้อยู่แบบเดรัจฉาน แต่อยู่แบบโคตรตระกูล การรื้อบ้าน ทำได้ แต่ที่ผิดคือ รื้อชุมชน ไม่เช่นนั้นอาจเป็นการลบกรุงรัตนโกสินทร์ คำว่าพื้นที่เจ้าพระยา ต้องเข้าใจว่า ภาพรวมหมายถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่วนภาพที่แคบลงมาคือลำน้ำเจ้าพระยาสองฝั่ง อัตลักษณ์คือคลองทุกคลองมุ่งหาแม่น้ำเจ้าพระยา มีการตั้งถิ่นฐาน การกระจายน้ำ ไม่ให้น้ำท่วม กรุงเทพฯ เป็นเมืองน้ำ รับน้ำตลอดเวลา แต่ชาวบ้านรู้ว่ามาแล้วก็ไป ฤดูน้ำท่วม เป็นงานนักขัตฤกษ์ เขาสนุกสนาน ไม่ได้เดือดร้อน สัตว์สัญลักษณ์ของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีการออกแบบเป็นพญานาคในแลนด์มาร์ก ถามว่าไปขโมยมาจากแม่น้ำโขงหรืออินเดีย เพราะจริงๆแล้ว สัญลักษณ์ของแม่น้ำเจ้าพระยา คือจระเข้ มีท้าวพันตา พญาพันวัง ล่องไปกัดกับชาละวันแถวพิจิตร” ศาสตราจารย์พิเศษศรีศักรกล่าว

ศาสตร์พิเศษศรีศักร ปิดท้ายด้วยการอ่านโคลง นิราศนรินทร์ ซึ่งบ่งบอกว่า พระบรมธาตุเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่วิมานพระอินทร์ และกล่าวว่า การรื้อวัด รื้อชุมชน คือการทำลายความเป็นมนุษย์ กลายเป็นกรุงเทพใหม่ ที่คนกรุงเทพตายหมด การสร้างอะไรต้องรักษารากของเราที่เป็นสังคมชาวสวน และสังคมแม่น้ำลำคลอง

ด้านผศ. ชวลิต ขาวเขียว คณบดีคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า สำหรับแลนด์มาร์กที่มีพญานาคโผล่ขึ้นมา ถ้าเป็นแม่น้ำโขง เห็นด้วย แต่เจ้าพระยาไม่มีพญานาค วิธีคิดแบบนี้ขาดรากของความเป็นผู้คน

Advertisement