เมื่อวันที่ 24 ก.ย. เวลา 13.00 น. ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีการจัดงานเสวนาเรื่อง “ผู้คน ชุมชน เจ้าพระยา ข้อมูลและมุมมองทางวัฒนธรรม” โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ฯ ร่วมกับคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นักศึกษา นักวิชาการ สถาปนิกจิตอาสา ประชาชนทั่วไป รวมถึงชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น ชุมชนบางอ้อ
โดยตอนหนึ่งนายวโรภาส วงศ์จตุภัทร นักภูมิสถาปนิก กองโบราณคดี กรมศิลปากร กล่าวว่า ทีมงานสจล.บางส่วนเห็นความสำคัญเรื่องวัฒนธรรม จึงพยายามติดต่อกรมศิลป์ ให้เข้าไปกำหนดแนวทางเชิงอนุรักษ์ โดยตนเป็นผู้แทนเข้าร่วมในกรรมการชุดออกแบบและภูมิสภาปัตย์ ซึ่งหากยึดตามความหมายในพรบ. ทุกตารางเมตรของโครงการเป็นโบราณสถานทั้งสิ้น ชุมชนก็เป็นชุมชนตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญสูงสุดของชาติ โดยมีโบราณสถานขึ้นทะเบียนประมาณ 20 แห่ง และที่เตรียมขึ้นทะเบียนอีกว่า 20 แห่ง การดำเนินการใดๆต้องอยู่ภายใต้พรบ.โบราณสถาน
“โชคดีมีบางท่านในทีมงานโครงการเห็นความสำคัญด้านวัฒนธรรม ต้องเน้นว่า บางท่าน เพราะบางท่านก็เฉยๆ (หัวเราะ) ตอนที่เข้าประชุม ช่วงแรกยังเกรงใจกรรมการท่านอื่นๆ และประธานอนุกรรมการ คือ ปลัดกระทรวงกลาโหม จึงนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถานไป แต่หลังๆชักหวั่นว่าโครงการจะเป็นอย่างไร เลยพูดว่า ถ้าเอาตามความหมายในพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปะวัตถุ ฯ ทุกตารางเมตรที่คุณทำเป็นโบราณสถานทั้งสิ้น ชุมชนก็เป็นชุมชนตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญสูงสุดของชาติ” นายวโรภาสกล่าว
นายวโรภาสยังกล่าวอีกว่า เท่าที่ชมการนำเสนอข้อมูลพบว่ามีรายละเอียดจากการศึกษาเยอะจริง โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ โบราณคดี แต่แบบที่ออกมา ไม่ได้นำข้อมูลไปใช้ มองไม่เห็นความต่อเนื่องเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลกับแบบที่ทำ ดูเป็นการตั้งธงว่าจะทำทางเลียบ จึงผิดมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเกิดคำถามเยอะว่าจำเป็นหรือไม่ ทีโออาร์สุดท้าย ก็ยังไม่ทิ้งเส้นทาง แต่ลดเป็นจักรยานและทางเท้า ไม่ทราบว่าทำไมต้องระบุ สุดท้ายคิดว่าคุณค่าด้านวัฒนธรรมจะเสื่อมลง ภาวนาอย่าให้เกิด ถ้าเกิดก็ต้องรับสภาพไป

