เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พนักงานสอบสวน ปอศ. ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 นายจตุพล ปิ่นทองพันธ์ อายุ 37 ปี สามีน.ส.กมลวรรณ ปิ่นทองหรือซ้อปลาผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ต่อศาลอาญา ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ โดยขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-25 ต.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสริจสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างสอบสวนผู้เสียหายที่ร้องทุกข์เพิ่มเติม กับรอการตรวจสอบบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา
สำหรับพฤติการณ์กล่าวหากระทำผิดสรุปว่า ระหว่างปี 2563 ต่อเนื่องปี 2564 ผู้ต้องหากับพวกหลอกลวงผู้เสียหายและประชาชนร่วมลงทุนลักษณะออมเงินกินดอกโดยผู้ต้องหาซึ่งเป็นเท้าจะกำหนดเงินลงทุนพร้อมดอกเบี้ย และแบบบิทหรือเปียที่ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเท้าจะกำหนดเงินต้นแล้วให้ผู้เล่นแชร์มีการประมูลดอกเบี้ย ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีการโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “ซ้อปลา มาดามลูกเหนียง” แต่ภายหลังเมื่อมีการลงทุนแล้วผู้ต้องหากับพวกประกาศยุติดำเนินการดังกล่าวและไม่จ่ายค่าตอบแทนเงินลงทุนกับดอกเบี้ยให้ มีผู้เสียหาย 7 คน มูลค่าความเสียหาย 1,611,000 บาท ชั้นสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 83, 341, 343 วรรคแรก และ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4, 12 ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
ทั้งนี้การยื่นฝากขัง พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการให้ประตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงจึงเกรงว่าจะหลบหนี อีกทั้งคดีมีประชาชนเป็นผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนหลายสิบล้านบาทซึ่งกระจายอยู่ทั่วราชอาณาจักร หากปล่อยชั่วคราวอาจไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานและยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดเนื่องจากเป็นผู้บงการกระทำผิดทั้งหมด รวมทั้งอาจทำให้ประชาชนผู้เสียหายเกิดความสับสน
โดยศาลพิจารณาคำร้องประกอบเหตุจำเป็นแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้
ต่อมาน.ส.กมลวรรณได้ยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 300,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง
โดยศาลอาญา พิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีมีผู้เสียหายหลายรายกล่าวหาว่าถูกหลอกลวงมูลค่าความเสียหายจำนวนสูง อีกทั้งยังมีผู้เสียหายอื่นอีกหลายรายอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและคัดค้านการขอประกัน หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี และไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง

