‘วราวุธ’ ชื่นชมทุกภาคส่วนประยุกต์เทคโนโลยีเสริมงานจัดการขยะ ‘กรมทะเล’ ชูพื้นที่โขดปอ ระยอง ต้นแบบจัดการขยะครบวงจร
ปัญหาขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดการขยะทะเลกลายเป็นกระแสสังคมและหลายองค์กรต่างให้ความสำคัญและพยายามบูรณาการร่วมกันเพื่อการจัดการอย่างเป็นระบบและครบวงจร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้จับมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชนจัดทำพื้นที่สาธิตการบริหารจัดการขยะทะเลครบวงจรอย่างมีส่วนร่วม สวนสาธารณะโขดปอ ชุมชนเนินพระ-เทศบาลนครระยอง ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำทีมผู้บริหารกระทรวงลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน เตรียมขยายพื้นที่อื่นเพื่อจัดการปัญหาขยะอย่างยั่งยืนต่อไป
นายวราวุธกล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานพื้นที่ป่าในเมือง “ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ อัญมณีหนึ่งเดียวในระยอง” ว่า วันนี้ (15 ตุลาคม) ตนพร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่สาธิตการบริหารจัดการขยะทะเลครบวงจรอย่างมีส่วนร่วม ณ สวนสาธารณะโขดปอ ชุมชนเนินพระ-เทศบาลนครระยอง จ.ระยอง ภายในพื้นที่โครงการ “ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ อัญมณีหนึ่งเดียวในระยอง” เพื่อติดตามความก้าวหน้าและผลสำเร็จของความร่วมมือของทุกภาคส่วน นับจากที่ตนได้มาเปิดพื้นที่สาธิตเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 ได้ติดตามผ่านการรายงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมาอย่างต่อเนื่อง
นายวราวุธกล่าวว่า วันนี้ได้เห็นถึงความสำเร็จและรู้สึกชื่นชมและขอบคุณทุกภาคส่วน รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ร่วมกันจนพื้นที่ดังกล่าวสามารถยกเป็นพื้นที่ต้นแบบในการบูรณาการการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะแบบครบวงจรได้เป็นอย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างป่าชายเลน ทะเล และชุมชนที่สามารถอยู่กันได้อย่างสันติ ต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และไม่สร้างปัญหาหรือผลกระทบต่อกัน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มีนโยบาย ทส.ยกกำลังสอง กล่าวคือทุกหน่วยงานใน ทส.จะต้องทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนเป็น 2 เท่าจากที่ผ่านมา แต่นับจากนี้เราจะยกระดับเป็น ทส.กำลังเอ็กซ์ นั่นคือเราจะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนมากกว่าที่ผ่านมาอย่างสุดกำลังความสามารถอย่างไม่มีที่สิ้นสุดที่พวกเราจะทำได้

“เรื่องนี้ได้มอบหมายนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กำกับและขับเคลื่อนโครงการสำคัญ โดยยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงพยายามสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนให้มากที่สุด สุดท้ายตนอยากฝากไว้ว่ามนุษย์และธรรมชาติไม่สามารถแยกออกจากกันได้ การกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์และธรรมชาติจะส่งผลกระทบถึงกันโดยตรง ขยะที่เกิดจากมนุษย์ย่อมส่งผลถึงธรรมชาติ ความเสื่อมโทรของธรรมชาติย่อมส่งผลเสียต่อมนุษย์ มนุษย์คนเดียวดูแลป่าชายเลนและทะเลไม่ได้ แต่ความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะช่วยให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่กับเราได้อย่างสมบูรณ์และยั่งยืน” นายวราวุธกล่าว
ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันดำเนินงานตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ไม่ว่าจะเป็น โมเดลศูนย์เรียนรู้ครบวงจรด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ป่าชายเลน การจัดการขยะและขยะทะเล ที่ดำเนินงานโดย IUCN การดำเนินการส่งเสริมการคัดแยกขยะต้นทางในครัวเรือน โดย SCG Chemical การจัดการขยะปลายทางโดยใช้นวัตกรรม Litter trap ของ SCG การคิดค้นนวัตกรรมเรือถีบเก็บขยะของกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคระยองและกลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำระยองป่าชายเลน รวมถึงนวัตกรรม River Plastic Trap ของมูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย ที่ได้จัดทำขึ้นเป็นต้นแบบ และการดำเนินการพื้นที่สาธิตโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ การติดตั้งตาข่ายดักปากท่อก่อนลงสู่ทะเล และนวัตกรรมทุ่นกักขยะบริเวณพื้นที่ป่าในเมืองและบูมกักขยะ ที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ผลักดันดำเนินการจนประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
นายโสภณกล่าวว่า กรมต้องขอขอบคุณนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง และนายวิชิต ศรีชลา นายกเทศมนตรีนครระยอง รวมถึงหน่วยงานภาคเอกชน หน่วยงานราชการในพื้นที่ และที่สำคัญคือพี่น้องประชาชนจังหวัดระยองที่ร่วมกันจนประสบความสำเร็จ ซึ่งกรมจะได้ยกพื้นที่ต้นแบบแห่งนี้ขยายผลในพื้นที่อื่นต่อไป


