ตร.จับมือแบงก์ชาติหาเส้นทางแก๊งดูดเงิน 132 ล้าน มี 17,500 ผู้เสียหายขอคืนเงิน หนองแขมเยอะสุด

20.10.21 | 15:52 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)
พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร รอง ผบช.สอท. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมการกำหนดมาตรการการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้กับประชาชน ร่วมกับ สมาคมธนาคารไทย, ผู้แทนธนาคารพาณิชย์ ,ผู้แทนศูนย์ประสานงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศ หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางการสืบสวนสอบสวน กรณีนำข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลทางการเงินไปใช้ในทางทุจริต ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก และ แนวทางป้องกันปราบปรามการรักษาความปลอดภัยข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้บริการ


โดยพล.ต.ท.กรไชย เปิดเผยว่า ทาง สอท. กำลังผนึกกำลังร่วมกับทางธนาคารเเห่งประเทศไทย(ธปท.)ในการหาตัวมิจฉาชีพเเละเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพเหล่านี้ว่ามีต้นทางหรือปลายทางอยู่ที่ใด พร้อมร่วมกำหนดมาตราการณ์รักษาความปลอดภัยทางการเงิน เบื้องต้นตอนนี้กำลังเร่งสืบสวนตามหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังเอาเงิน130ล้านบาทออกไปจากระบบ ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดหรืออาจได้ข้อมูลจากตลาดมืดไปหรือไม่ โดยผู้เสียหายมักจะถูกหลอกจากเว็บหรือลิงค์หรือการกรอกข้อมูลต่างๆ ซึ่งพวกมิจฉาชีพเหล่านี้จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า ต้องเช็คในทุกมิติซึ่งในส่วนนี้ต้องพึ่งพาธปท.ในการหาเส้นทางการเงินซึ่งสามารถเช็คได้ว่าปลายทางเเละต้นทางของเงินไปที่ไหน ซึ่งก็จะสามารถอำนวยความสะดวกเเละสามารถหาตัวมิจฉาชีพได้ในที่สุดซึ่งมิจฉาชีพเหล่านี้อาจเป็นทั้งคนจริงเเละไซเบอร์บอตก็เป็นไปได้ซึ่งทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ระบบในไซเบอร์ โดยเชื่อว่ามิจฉาชีพเหล่านี้มีทั้งในเเละนอกประเทศ ฐานกระทำความผิดโดยส่วนใหญ่จะอยู่รอบๆประเทศไทยเพื่อให้ยากต่อการติดตามเเต่เชื่อว่าคนทำยังอยู่ในไทยเพราะรู้ความคิดของคนไทยเป็นอย่างดีจึงสามารถโกงเงินจากคนไทยได้มากขนาดนี้จึงคาดว่ามิจฉาชีพชาวไทยนั้นเป็นตัวหลักในการโกงครั้งนี้

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า ทุกอย่างมีต้นทางเเละปลายทางจะต้องกระชากหน้ากากคนเหล่านี้มาให้ได้ ตอนนี้ทางธปท.ก็ได้เริ่มมีการตรวจสอบเเละเร่งคืนเงินซึ่งตัวเลขยังไม่สามารถเปิดเผยได้เเต่ประมาณการ 132 ล้านซึ่งก็จะคืนให้กับประชาชนผู้เสียหาย

Advertisement

นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ตอนนี้ทางธปท.ได้มีการยกระดับการดูเเลบัญชีให้เข้มข้นมากขึ้นโดยจะมีการตรวจสอบบัญชีที่ต้องสงสัยต่างๆ ทั้งบัญชีต้นทางเเละปลายทางเพื่อเป็นการป้องกัน เชื่อว่าการกระทำความผิดครั้งนี้ไม่ใช่การเเฮกเกอร์ เเต่มิจฉาชีพได้ใช้ช่องว่างของการกระทำของบุคคลเช่นอาจไปผูกบัตรหรืออะไรก็ตามไว้กับเเอพซึ่งมิจฉาชีพก็อาจได้ข้อมูลจากส่วนนี้ไปทั้งนี้ทางภาคธนาคารจะให้ความรู้กับประชาชนเพิ่มเติมในการรับมือกับภัยคุกคามออนไลน์ในรูปเเบบนี่

นายกอบศักดิ์กล่าวว่าประชาชนจะได้เงินคืนอย่างเเน่นอน โดยขณะนี้ตัวเลขของคนที่ทำเรื่องขอเงินคืนมีกว่า 17,500 คนเเล้วซึ่งตัวเลขอาจจะมาขึ้นเรื่อยๆ

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ที่ทราบคือปลายทาจะตรวจสอบได้โดยจะดูว่าบัตรรูดจากไหน เเล้วจะดูหลักฐานประกอบโดยมีความร่วมมือระหว่างประเทศโดยจะดูได้ว่าใครจะมาใช้บริการดูด้วยว่าข้อมูลที่หลุดจากไทยไปไปจากไหนโดยจะมีการดำเนินการทั้งในเเละต่างประเทศ โดยธุรกรรมกระกระทำผิดส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ ส่วนของไทยคือในส่วนของข้อมูลที่รั่วไหลออกไป โดย ที่ สน.หนองแขม มีการโดนโกงมากที่สุดกว่า700ครั้ง ซึ่งโดยส่วนใหญ่จำนวนเงินที่ปรากฏขึ้นตรงกับอัตราเเลกเปลี่ยนที่เป็นดอลลาห์สหรัฐเเละรีล่าตุรกี