ตำรวจไซเบอร์หารือหน่วยงานมะกัน ประสานขอข้อมูลบริษัทเกมตัดเงิน หาเบาะแสดูดเงิน

21.10.21 | 17:05 น.

ตำรวจไซเบอร์หารือหน่วยงานมะกัน ประสานขอข้อมูลบริษัทเกมที่มีการตัดเงิน หาเบาะแสมิจฉาชีพดูดเงิน รับหากเงินถูกตัดไปใช้ในเว็บเถื่อน ติดตามร่องรอยยาก


พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)หรือตำรวจไซเบอร์ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังการดูดเงินออกจากบัญชีธนาคาร บัตรเดบิต และบัตรเครดิตของผู้เสียหาย ว่า จากการพูดคุยในที่ประชุมร่วมระหว่างตำรวจไซเบอร์ ตัวแทนธนาคาร และผู้แทนศูนย์ประสานงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศ ทำให้มีข้อมูลว่าธุรกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยเฉพาะการตัดเงินเพื่อซื้อไอเทมในเกม จากข้อมูลพบว่ามิจฉาชีพจะเลือกสร้างบัญชีเกมที่เป็นที่นิยมในหมู่เด็กและวัยรุ่น จากนั้นจะนำเลขบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปซื้อไอเทมที่เป็นที่ต้องการ เช่นอาวุธต่างๆ เข้าบัญชีดังกล่าว จากนั้นก็จะนำบัญชีเกมไปขายต่อ หรือนำไอเทมไปขายต่อ ซึ่งเมื่อผู้เสียหายมีการทักท้วงยอดไปยังผู้ให้บริการเกม ก็ทำให้บริษัทเกมตกเป็นผู้เสียหายเช่นกัน เพราะต้องคืนเงินดังกล่าว ดังนั้นตำรวจไซเบอร์จึงได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานThe United States Secret Service ของสหรัฐอเมริกา ที่มีสำนักงานย่อยในประเทศไทย เพื่อให้ช่วยประสานความร่วมมือไปยัง Google pay และ Apple pay ซึ่งเป็นผู้ให้บริการกลางในการตัดเงิน ขอข้อมูลบริษัทเกมที่มีการตัดเงินออกไป และประสานต่อไปยังบริษัทเกมขอข้อมูลบัญชีเกมต่างๆ เหล่านี้ที่มีธุรกรรมผิดปกติ เพื่อติดตามร่องรอยเบาะแสของมิจฉาชีพในต่างประเทศอีกทางหนึ่ง เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว นอกเหนือจากการใช้กฎหมายระหว่างประเทศ

แต่ในส่วนของการตัดเงินเพื่อนำไปใช้ยิงโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ เว็บดูหนังเถื่อน และเว็บผิดกฎหมายต่างๆ ซึ่งตรวจพบว่ามีทั้งโฆษณาของเว็บไทย และเว็บต่างประเทศนั้น ยอมรับว่าแม้เว็บจะเป็นภาษาไทย แต่ก็มีอุปสรรคในการติดตามตัวเจ้าของเว็บเหล่านี้ เพราะส่วนใหญ่มีเซิฟเวอร์ในต่างประเทศ ซึ่งหากประเทศต้นทางไม่ให้ความร่วมมือ ก็เป็นการยากที่จะได้เบาะแสจากเว็บสีเทาเหล่านี้

ส่วนต้นทางการหลุดของข้อมูลในประเทศไทยนั้น ตำรวจไซเบอร์ได้แบ่งทีมเพื่อรวบรวมข้อมูลการใช้งานบัตรเดบิต และบัตรเครดิตของลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อ ว่ามีการไปใช้ยังสถานบริการ เช่น ร้านอาหาร หรือปั๊มน้ำมันใดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาตรวจสอบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก

Advertisement